ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน
เว็บไซต์ภาษาไทย เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ
รอบรู้อาเซียน >> รอบรู้อาเซียนทั่วไป
ความพยายามก่อนจะเป็นประชาคมอาเซียน : ASEAN@50

25 พฤษภาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 826)

ประเทศไทยมีบทบาทในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะการก่อตั้งอาเซียนในปี 2510 เท่านั้น แต่ความพยายามของไทยเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้จัดตั้ง "สันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Southeast Asia League) ขึ้น โดยไทยร่วมมือกับขบวนการเรียกร้องเอกราชการจากหลายประเทศในภูมิภาค แต่สันนิบาตดังกล่าวได้ยุติบทบาทลงหลังจากก่อตั้งได้ไม่นาน เนื่องจากบริบททางการเมืองระหว่างประเทศไม่เอื้ออำนวย อันเป็นผลมาจากสงครามเย็น ซึ่งมีความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ระหว่างประเทศที่สนับสนุนอุดมการณ์เสรีนิยมประชาธิปไตยกับประเทศที่ยึดมั่นในอุดมการณ์สังคมนิยมคอมมิวนิสต์
 
ในปี 2497 สหรัฐอเมริกาได้ผลักดันให้มีการจัดตั้ง "องค์การสนธิสัญญาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Southeast Asia Treaty Organization หรือ SEATO) ซึ่งมีไทย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ เป็นสมาชิก โดยมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ แต่องค์การดังกล่าวยังไม่มีบทบาทอะไรนัก เนื่องจากมีประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสมาชิกเพียงสองประเทศเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีแนวทางต่อต้านตะวันตก หรือยึดนโยบายเป็นกลาง
 
ต่อมาในปี 2504 ได้มีความพยายามจัดตั้งกรอบความร่วมมือที่มีชาติสมาชิกเฉพาะจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในนามของ "สมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ สมาคมอาสา” (Association of South East Asia – ASA) โดยมี ไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียเป็นสมาชิก แต่ก็ต้องยุติบทบาทลงในที่สุด เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคขึ้น โดยเฉพาะการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนซาบาห์และซาราวักระหว่างมาเลเซียกับฟิลิปปินส์
ความร่วมมือในระดับภูมิภาคประสบความสำเร็จในปี 2510 เมื่อมีการจัดตั้ง "สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (Association of Southeast Asian Nations – ASEAN) โดย 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้มีบทบาทสำคัญในการเดินทางไปไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและได้เชิญให้รัฐมนตรีต่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 4 ประเทศมาหารือร่วมกันที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี และนำมาสู่การลงนามใน "ปฏิญญากรุงเทพ” (Bangkok Declaration) เพื่อก่อตั้งอาเซียนขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ
 
หลังจากนั้น ไทยได้มีบทบาทสำคัญในอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวียดนามส่งทหารเข้ายึดครองกัมพูชาตั้งแต่ปลายปี 2521 ไทยเป็นแกนนำในการผลักดันให้อาเซียนมีจุดยืนร่วมกันที่จะคัดค้านและประณามการกระทำดังกล่าว อีกทั้งยังร่วมมือกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนในการดำเนินนโยบายต่อต้านการยึดครองกัมพูชาของเวียดนามด้วย ทำให้อาเซียนมีความเป็นปึกแผ่นและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประชาคมโลก ในฐานะองค์กรระดับภูมิภาคที่มีความแข็งแรงและมีจุดยืนร่วมกัน
 
อาเซียนมีพัฒนาการและเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2527 บรูไนได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังเป็นเอกราช ต่อมา ในปี 2531 พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้หันมาใช้นโยบาย "เปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า” หลังเวียดนามมีท่าทีว่าจะถอนทหารออกจากกัมพูชา ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีนพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น จนในที่สุดได้เกิดความปรองดองกัน โดยเวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2538 ตามด้วยสปป.ลาวและเมียนมาในปี 2540 และกัมพูชาในปี 2542
หลังสงครามเย็นสงบลงพร้อมกับการถอนทหารเวียดนามออกจากกัมพูชา รัฐบาลไทยโดยนายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มีบทบาทสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยริเริ่มให้จัดตั้ง "เขตการค้าเสรีอาเซียน” (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA) ขึ้นในปี 2535 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน โดยเน้นการเป็นตลาดเดียว และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่ง AFTA ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปัจจุบัน
 
 
 
 
 
เรียบเรียง ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์
ข้อมูล หนังสือวิทยุสราญรมย์




กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02-618-2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02-618-2372 E-mail:  aseanthai.th@hotmail.com



จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์