หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
‘พาณิชย์’ มุ่งขยายการค้าการลงทุนของไทยสู่ One Belt, One Road

17 พฤษภาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1076)

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2560 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อ "ความเชื่อมโยงทางการค้า” และร่วมแสดงข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของไทยในการสนับสนุนแนวคิดและเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเข้ากับยุทธศาสตร์ One Belt, One Road (OBOR) ซึ่งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนที่เป็นรูปธรรม ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี    
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุม BRF เป็นการประชุมระดับสูงครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนประกาศข้อริเริ่ม One Belt, One Road (OBOR) เมื่อเดือนตุลาคม 2556 โดยการประชุมในครั้งนี้มีผู้นำกว่า 29 ประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 130 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม อาทิ ประธานาธิบดีรัสเซีย (นายวลาดิเมียร์ ปูติน) ประธานาธิบดีตุรกี (นายเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน (นายนาวาซ ชารีฟ) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (นายอังตอนีอู กูแตรึช) ประธานธนาคารโลก (นายจิม ยอง คิม) และประธาน IMF (นางคริสติน ลาการ์ด) เป็นต้น เพื่อหารือถึงแนวทางการขยายความเชื่อมโยงทางกายภาพทั้งทางบกและทางทะเลระหว่างภูมิภาคเอเชีย ยุโรปและแอฟริกา ความเชื่อมโยงทางดิจิทัลและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนผ่านการศึกษา วัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ เป็นต้น   
 
แผนการขับเคลื่อนแนวคิด OBOR ของจีน และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยมีความสอดคล้องและเอื้อต่อกัน ได้แก่    
1. ความเชื่อมโยงด้านนโยบาย ไทยและจีนต่างให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการผลิต เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี กล่าวคือ นโยบาย Made in China 2025 กับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curves ของไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน      
 
2. ความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โครงข่ายรถไฟ/รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือและสนามบิน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนการขนส่ง และช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนสำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ ในการนี้ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) และ Silk Road Fund จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับการลงทุนและดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรม      
 
3. ความเชื่อมโยงด้านข้อมูลและดิจิทัล นโยบาย Internet Plus & Information Highway ของจีน และการพัฒนา Digital Economy ของไทย เน้นการใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ด้วยระบบดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต รวมถึงการรองรับรูปแบบการค้าสมัยใหม่ผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และระบบชำระเงินดิจิทัล    
 
4. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ไทยและจีนต่างให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและการพัฒนารธุรกิจ Startups เพื่อให้ประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจมีการแบ่งปันอย่างทั่วถึงและเป็นสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ภาครัฐต้องสร้างบรรยากาศที่เอื้อกับการประกอบธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากช่องทางการค้าใหม่ๆ อาทิ e-Commerce เป็นต้น      
 
5. ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจและเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน    
 
ทั้งนี้ ในการประชุมห้องย่อยในหัวข้อความเชื่อมโยงทางการค้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการค้าที่ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพของ SMEs ที่มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 99 ของเศรษฐกิจไทย ให้สามารถดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกตัวอย่างการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ที่จะเชื่อมโยงกับ Belt and Road Initiative โดยไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาค โดยมีเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ และถนนเชื่อมโยงจีน-ลาว-ไทย ตลอดจนระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่เชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด-ดานังทางตะวันออกกับท่าเรือในเมียนมาทางตะวันตก สนามบินนานาชาติและศูนย์ซ่อมบำรุง นอกจากนั้น EEC ยังเป็นศูนย์สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนมีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับการพัฒนานวัตกรรม Smart City ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้เน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ มหาวิทยาลัยและชุมชนท้องถิ่น          
 
การประชุม BRF ครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จของจีนในการขยายบทบาทและแสวงหามิตรประเทศที่จะช่วยสนับสนุนให้จีนบรรลุเป้าหมายการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากจากประเทศต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ในเส้นทาง Belt and Road และประเทศคู่ค้าสำคัญในทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน ได้ใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค โดย EEC ของไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนให้กับนักลงทุนจีนเพื่อขยายโอกาสไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน (China – Indochina Economic Corridor)               
 
 
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างระเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์