หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
Innovation Hub : บทบาทของมหาวิทยาลัยไทย

15 พฤษภาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1516)

นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่อง "บทบาทของมหาวิทยาลัยไทย ต่อ Thailand 4.0” ที่สอดรับกับโมเดล Thailand 4.0 ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมและการให้ความรู้ ที่สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมและมุ่งช่วยเหลือสังคม การสร้างเครือข่ายการวิจัยกับสถาบัน การศึกษา การเป็น Innovation Hub ด้านการวิจัยการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสุขภาวะที่ดีของสังคม
 
นายกรัฐมนตรีได้ชมการแสดงผลงานการวิจัยพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการที่มหาวิทยาลัยมหิดล น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคม ได้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัย ที่จะเป็นศูนย์กลางของการศึกษายาวัคซีนและสมุนไพรตลอดห่วงโซ่การผลิต การพัฒนาสูตรอาหารต่างๆ เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยการทำงานวิจัยและพัฒนาด้านอาหารทะเลและสัตว์น้ำ เพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
 
อาจารย์และนักวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้แสดงผลงานการสร้างหุ่นยนต์เพื่อช่วยเด็กพิเศษออทิสติก หุ่นยนต์ส่งยา การผลิตชุดตรวจวินิจฉัยและเครื่องมือแพทย์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมของไทยอีกด้วย
 
นอกจากนี้ มีการผลิตผลงานวิจัยที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้มากมายแล้ว นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้แสดงความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ โดยจดทะเบียนบริษัท Startups จำนวนหลายบริษัท มีผลงานที่น่าสนใจจำนวนมาก เช่น หมอนที่สามารถติดตามวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ ในคนที่นอนกรน โดยมีการวัดข้อมูลแบบ Real-time และส่งผลไปยังคอมพิวเตอร์หรือมือถือ กิจการอาหารเสริม และ Head band สำหรับกระตุ้นพลขับไม่ให้เกิดการหลับใน ซึ่งเป็นที่น่าปลื้มใจและเป็นตัวอย่างที่ดี ให้กับเด็กไทยยุค 4.0 ทุกคนในการที่จะนำนวัตกรรมมา สร้างประโยชน์ สร้างรายได้ สร้างมูลค่า และปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่และความต้องการของตลาดอีกด้วย
 
นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัททุนลดาวัลย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทของไทยที่มีการวิจัยและพัฒนาผลิตยาชีววัตถุขึ้นเอง
 
โดยมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับประเทศคิวบา และสามารถผลิตยาด้านชีววัตถุที่มีคุณภาพ ทัดเทียมการผลิตในต่างประเทศ ซึ่งผมได้มีโอกาสเห็นโรงงานและห้องผลิตยา ตลอดจนบุคคลากร รวมทั้งแบคทีเรียที่เป็นต้นตอของการผลิตยาเพื่อบำบัดภาวะเลือดจางในผู้ป่วยโรคไต และยาบำบัดภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อในผู้ป่วย ซึ่งการผลิตยาของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์นี้ ทำให้ราคายาลดลงกว่า 50% จะช่วยรัฐบาลประหยัดเงินได้ราว 3,000 ล้านบาท ในขณะนี้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ มีการขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ยาสำหรับรักษาโรคมะเร็ง และโรคภูมิแพ้ตนเอง ซึ่งในอนาคตจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาราคาแพงในกลุ่มนี้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยในโครงการปฏิรูปสาธารณสุขของเรา
 
นายกรัฐมนตรีอยากเห็นความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างมหาวิทยาลัยไทยทุกมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการผลักดันผลงานวิจัยเพื่อช่วยพัฒนาประเทศไปสู่ยุค 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถในการส่งเสริมคุณภาพสินค้าสำหรับการส่งออก และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
 
 
 
ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
12 พฤษภาคม 2560

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์