หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
National e-Payment: โครงการขยายเครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)

15 มีนาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1495)

ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ของรัฐบาลที่ต้องการปรับปรุงการใช้จ่ายของประเทศ ทั้งระบบเข้าสู่ยุคของดิจิทัล ซึ่งก่อนหน้านี้มีโครงการพร้อมเพย์ออกมาสร้างความสนใจให้ปรับประชาชนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารได้รับรู้ถึงข้อดีในความสะดวกปลอดภัยในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินและที่มีราคาที่ถูกลงไปแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงเรื่องการลดใช้เงินสดและมาใช้จ่ายผ่านบัตรแทน
 
ปัจจุบันคนไทยมีบัตรเดบิตอยู่ 54 ล้านใบ มีเครื่องรับบัตร 4 แสนเครื่อง ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ซึ่งโครงการขยายการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยให้สอดคล้องกับนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล
 
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2560 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการให้บริการวาง โดยได้ลงนามผู้มีสิทธิ์ให้บริการวางเครื่องอีดีซี คือธนาคารพาณิชย์ 2 กลุ่ม รวม 7 ธนาคาร โดยค่าธรรมเนียมการรับบัตรเดบิตได้ลดลงจากร้อยละ 1.5 – 2.5 ของมูลค่าเงินที่ชำระ มาเป็นไม่เกินร้อยละ 0.55 ซึ่งถือเป็นอัตราการจัดเก็บที่ต่ำที่สุดในโลก พร้อมยังยกเว้นค่าเช่า ค่าติดตั้งอุปกรณ์ ค่ามัดจำเพื่อป้องกันอุปกรณ์เสียหาย และตั้งเป้าการติดตั้งเครื่อง EDC ให้ครบ 560,000 เครื่องทั่วประเทศภายในเดือนมีนาคม 2561 แบ่งเป็นในส่วนของภาครัฐ 18,000 เครื่อง ที่จะต้องดำเนินการติดตั้งให้เสร็จในเดือนกันยายนนี้
 
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการช่วยเหลือร้านค้าที่ติดตั้งอุปกรณ์ โดยให้ร้านค้าสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการรับบัตร (MDR) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะช่วยลดภาระของร้านค้าในการรับบัตรได้อีกทางหนึ่ง
 
ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะตัวแทนธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการขยายการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและพฤติกรรมการใช้เงินของประเทศเทศครั้งสำคัญ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ภายใต้ยุทธศาสตร์ National e-Payment ที่จะปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายเงินของประเทศไปตลอดกาลแล้วนั้น สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกหนีไม่ได้คือคำถามที่ต้องการคำตอบของประชาชนว่าท้ายสุดแล้วตนเองจะได้อะไร ซึ่งคงเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลและเอกชนที่ต้องกลับไปทำการบ้าน ซึ่งในขณะนี้ประตูหัวใจของประชาชนเริ่มแง้มบานออกในการเปิดใจและให้ความร่วมมือ ดังนั้น สิ่งที่ควรตีตอนเหล็กกำลังร้อนคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการอย่างเรา ๆ ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายนำมาสู่เรานั้นดีจริง
 
 
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
ผู้เรียบเรียง : อรจินดา บุรสมบูรณ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์