หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ยกระบบการผลิตในภาคเกษตรกรรมให้ได้มาตรฐาน ThaiGAP

13 มีนาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1725)

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนการยกระดับระบบการผลิตในภาคเกษตรกรรมให้ได้มาตรฐาน ThaiGAP และก้าวสู่การเป็นเกษตรอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยี ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว 26 ราย และตั้งเป้าหมายในปี 2560 จะพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 50 ราย ทั้งนี้ ThaiGAP เป็นมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรภาคภาษาไทยเป็นการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (good agriculture practice) ของภาคเอกชน เป็นความร่วมมือดำเนินการของ 3 หน่วยงาน คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สถาบันอาหาร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ใช้วิธีปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นสากลโดยนำมาตรฐานต่างประเทศ คือ GlobalGAP ซึ่งเป็นของเอกชนเช่นกันเป็นหลักในการพัฒนา
 
การตั้ง ThaiGAP ขึ้นมาเพื่อให้มาตรฐานที่นำมาจากข้อกำหนดภาษาอังกฤษ สามารถนำไปเทียบเคียงกับ GlobalGAP ว่ามาตรฐาน ThaiGAP กับมาตรฐาน GlobalGAP คืออันเดียวกันจะต่างเฉพาะเรื่องของภาษาเท่านั้น เนื่องจาก GlobalGAP มีภาษาอังกฤษและภาษาสเปนเป็นภาษาหลัก การนำมาตรฐาน GlobalGAP แปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยเข้าใจและนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น การนำ ThaiGAP ไปเทียบเคียงกับมาตรฐาน GlobalGAP ทำสำเร็จเมื่อ 6 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2554) ซึ่งเป็นจังหวะที่การส่งออกผักและผลไม้ไปสหภาพยุโรปมีปัญหา เนื่องจากตรวจสอบพบว่าสินค้าที่ส่งไปในสหภาพยุโรปไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สินค้าไม่ปลอดภัย ทำให้การสั่งซื้อลดลงเกิดปัญหาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศไทยลดลงด้วย สินค้าหากมีตราสัญลักษณ์ ThaiGAP จะปลอดภัยสร้างความเชื่อมั่นในตลาดผู้บริโภค มีการกำหนดระบบควบคุมคุณภาพ ตั้งแต่การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก ดิน เมล็ดพันธุ์ น้ำ ปุ๋ย การจัดการศัตรูพืชให้มีความปลอดภัย ต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
 
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้นำนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรและผู้ประกอบการ เพื่อให้ประยุกต์ใช้แนวทางของ ThaiGAP และสนับสนุนเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น โรงเรือนปลูกอัจฉริยะควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของผักผลไม้ ไม่ต้องใช้สารเคมีในการเร่งโตหรือกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น เมื่อเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วจะได้ QR Code ประจำตัวให้ผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสแกนโค้ดเพื่อตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของผลผลิต วิธีการปลูกทุกขั้นตอน กระบวนการก่อนมาถึงมือผู้บริโภค ช่วยให้ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจในสุขภาพและนิยมบริโภคผักผลไม้ปลอดสาร มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย มาตรฐาน ThaiGAP จะช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนากระบวนการผลิตให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามมาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคมีแหล่งอาหารปลอดภัยเป็นทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับ วท.ประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนเร่งขยายพื้นที่ที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตรหรือ SMEs เกษตร ใช้งานวิจัยและเทคโนโลยีเป็นฐานช่วยลดต้นทุน เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต สร้างอำนาจต่อรองและแข่งขันได้ในตลาดโลกตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล
 
 
เรียบเรียงโดย พรรณี ตั้งใจสถาปัตย์
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์