หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การประชุมคณะกรรมการ JTC ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 3 และการประชุมคณะกรรมการ JCR ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 2

9 กุมภาพันธ์ 2017 (จำนวนคนอ่าน 1543)

ไทยและเมียนมามีเขตแดนทางบกทั้งที่เป็นภูเขาและแม่น้ำ ยาวประมาณ 2,401 กิโลเมตร สำหรับแม่น้ำที่เป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยและเมียนมา มีระยะทางรวมประมาณกว่า 700 กิโลเมตร แม่น้ำสายสำคัญที่เป็นเขตแดนระหว่างไทยและเมียนมา ได้แก่ แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก จ.เชียงราย แม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำเมย จ.ตาก และแม่น้ำกระบุรี จ.ระนอง
 
สำหรับแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก จ.เชียงราย มีความยาวประมาณ 59 กิโลเมตร และมักเปลี่ยนทางเดินอยู่เสมอ ไทยและเมียนมาจึงได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อปี ค.ศ. 1991 กำหนดเขตแดนคงที่บริเวณดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้เขตแดนบริเวณดังกล่าวเป็นไปตามร่องน้ำลึกของแม่น้ำ ณ วันที่ทำการสำรวจ (ดำเนินการเมื่อปี 2531-2534) กล่าวคือ เส้นเขตแดนจะอยู่คงที่ (Fixed Boundary) ตามพิกัดที่ได้ทำการสำรวจและกำหนดไว้ ไม่เปลี่ยนไปตามแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกอีกต่อไป นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้จัดตั้งกลไกร่วมเรียกว่า คณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมาเกี่ยวกับเขตแดนคงที่ช่วงแม่น้ำสาย - แม่น้ำรวก (Thailand–Myanmar Joint Committee Relating to the Fixed Boundary on the Mae Sai–Nam Rauk River Sector หรือ JCR) เพื่อดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเขตแดนคงที่ช่วงแม่น้ำสาย - แม่น้ำรวก ทั้งเรื่องสิทธิในการเดินเรือ การใช้น้ำอย่างเป็นธรรม การบำรุงรักษาและอนุรักษ์ทางเดินปัจจุบันของแม่น้ำ การบำรุงรักษาหลักอ้างอิงเขตแดน โดยมีอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายของไทยและอธิบดีกรมการกงสุลและกฎหมายของเมียนมา เป็นประธานร่วม
 
ส่วนแม่น้ำสายอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดนแบบคงที่นั้น ไทยและเมียนมาได้จัดตั้งกลไกร่วมที่เรียกว่า คณะกรรมการเทคนิคร่วมระหว่างไทย-เมียนมาเพื่อพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับแม่น้ำที่เป็นเขตแดนระหว่างไทย-เมียนมาตลอดแนว (Thailand–Myanmar Joint Technical Committee on River Boundary between Thailand and Myanmar หรือ JTC) เพื่อเป็นเวทีให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากแม่น้ำที่เป็นเขตแดนระหว่างไทย-เมียนมาตลอดแนว โดยเฉพาะเรื่องปัญหาการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทางเดินน้ำและตลิ่งของอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อแนวเส้นเขตแดนระหว่างไทย-เมียนมา
 
เมื่อวันที่ 24 - 27 มกราคม 2560 นายเชิดชู รักตะบุตร อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการ JTC (ฝ่ายไทย) และ JCR (ฝ่ายไทย) ได้นำคณะผู้แทนฝ่ายไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ JCR ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 2 (JCR-2) และการประชุมคณะกรรมการ JTC ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 3 (JTC-3) ตามคำเชิญของฝ่ายเมียนมา ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมีนาย Sein Oo อธิบดีกรมการกงสุลและกฎหมาย และประธานคณะกรรมการ JTC และ JCR (ฝ่ายเมียนมา) เป็นประธานร่วมของการประชุมฯ
 
ในการประชุม JCR-2 ทั้งสองฝ่ายได้หารือหลากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงเรื่องการใช้น้ำในแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกร่วมกันอย่างเป็นธรรม โดยฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการสร้างฝายชั่วคราวในบริเวณแม่น้ำสาย อ. แม่สาย จ. เชียงราย เพื่อกั้นน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร ทดแทนฝายกั้นน้ำเดิมซึ่งฝ่ายเมียนมาเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อฝั่งของตน โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณหลักอ้างอิงเขตแดนที่ 392 ใกล้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีครัวเรือนฝั่งไทยที่พึ่งพาและอาศัยประโยชน์จากแหล่งน้ำดังกล่าวกว่า 2,000 ครัวเรือน ที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะอนุกรรมการซึ่งจะจัดตั้งขึ้นของทั้งสองประเทศไปหารือรายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องนี้ต่อไป
 
ส่วนการประชุม JTC-3 ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งของแต่ละฝ่ายบริเวณแม่น้ำเมย จ.ตาก และแม่น้ำกระบุรี จ.ระนอง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และซักซ้อมความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ในการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อลดปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างกันทั้งในระดับรัฐบาลและระดับพื้นที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นเขตแดน
 
การประชุมดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาแม่น้ำที่เป็นเขตแดนของทั้งสองฝ่ายให้เป็นรูปธรรมอันจะส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ทั้งยังเป็นนิมิตหมายอันดีในการส่งเสริมความสัมพันธ์ในการป้องกันปัญหาเกี่ยวกับเขตแดนและการบริหารจัดการชายแดนของไทยและเมียนมาอย่างยั่งยืนต่อไป
 
 
 
ที่มา กระทรวงการต่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์