หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
พร้อมเพย์ พร้อมแล้ว

7 กุมภาพันธ์ 2017 (จำนวนคนอ่าน 1202)

พร้อมเพย์ ถึงเวลาพร้อมขับเคลื่อนสู่ National e-Payment ปฏิรูปธุรกรรมทางการเงินยุค 4.0 ของประเทศ โครงการ National e-Payment คือ โครงการยกเครื่องระบบการใช้จ่ายของประเทศขนานใหญ่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณประเทศได้กว่าปีละ 180,000 ล้านบาท หรือเทียบกับการงบลงทุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศเลยทีเดียว และเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และธนาคารทุกแห่ง ได้ร่วมเปิดบริการระบบพร้อมเพย์อย่างเป็นทางการ หลังก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ประชาชนได้สมัครมาระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มทดลองโอนเงินจากหน่วยงานภาครัฐเข้าบัญชีของประชาชนผู้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ ซึ่งในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ระบบจะเปิดให้ประชาชนลูกค้าของแต่ละธนาคารสามารถโอนเงินเข้าหากันระหว่างบัญชีได้เป็นครั้งแรก ซึ่งด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการโอนผ่านแต่ละธนาคารที่ลดลงมากกว่า 10 เท่าตัว น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญของให้ประชาชนหันมาใช้บริการผ่านพร้อมเพย์กันมากขึ้น
 
โดยมีรายละเอียด คือ
- โอนไม่เกิน 5,000 บาท ฟรีค่าธรรมเนียม
- โอน 5,001 - 30,000 บาท ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาท
- โอน 30,001 - 100,000 บาท ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาท และ
- โอน 100,000 บาทขึ้นไป จนถึงวงเงินสูงสุดตามแต่ละธนาคารกำหนด ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาท
 
โดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนพร้อมเพย์แล้วด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือและเลขบัตรประชาชนรวมประมาณ 20 ล้านบัญชี ปัจจุบันนี้การโอนเงินในแต่ละวันเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ล้านรายการ มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งการโอนด้วยระบบพร้อมเพย์มีลักษณะเป็นระบบปิดเหมือนการโอนในปัจจุบันจึงมีความปลอดภัย ยากต่อการถูกก่อกวน ซึ่งจากข้อมูลการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนในปี 2558 อยู่ที่ 264 ล้านรายการ มูลค่ากว่า 3,00,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 73 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางธุรกรรมทางการเงินของประชาชน
 
การพัฒนาระบบพร้อมเพย์ในประเทศไทยใช้เวลาพัฒนาเพียง 1 ปีกับ 3 เดือน ซึ่งถือว่าใช้ระยะเวลาไม่นานเมื่อเทียบกับประเทศอื่น สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของผู้ให้บริการ และรัฐบาลที่มีการร่วมดำเนินการสอดคล้องกัน เพื่อรองรับพฤติกรรมของประชาชนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินชีวิตอีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินทั้งของภาครัฐ เอกชนและประชาชน ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อก้าวสู่ระบบธุรกรรมทางเงิน 4.0 ของประเทศไทยที่ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่หากเพื่อคนทั้งชาติที่จะช่วยขับเคลื่อนสู่การพัฒนาประเทศ
 
 
ที่มา : สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าว : กริช รวิวรรณ
ผู้เรียบเรียง : เพ็ญนภา เข็มตรง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์