หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
“เดินหน้า” ขยายศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

30 มกราคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1245)

(1) การมุ่งเน้นนโยบายกระจายการท่องเที่ยวสู่ "เมืองรอง” โดยการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรม จากเมืองสู่เมือง จากชุมชนสู่ชุมชน
(2) การจัดทำฐานข้อมูลการท่องเที่ยว ทั้งข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่พัก การเดินทาง ค่าใช้จ่าย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สารสนเทศ สื่อออนไลน์ ที่เข้าถึงง่ายและสะดวก ในการสืบค้นข้อมูล และมีความแม่นยำ สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนไทยด้วยกันเอง
 
ที่สำคัญก็ คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว การความประทับใจจากรอยยิ้ม ความมีน้ำใจ บริการดี มีความสะอาด สิ่งเหล่านี้ จะช่วย "ผูกมัดใจ” ให้หวนกลับมาเยือนบ้านเมืองเรา ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
ในปี 2559 ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านล้านบาท เป็นตลาดต่างประเทศ 1.64 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 0.87 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 ของ GDP ก่อให้เกิดการจ้างงาน ประมาณ 12.5 ล้านคน "เพิ่มขึ้น” ร้อยละ 11 จากปี 2558
 
โดยตั้งแต่ปี 2556 – 2558 รายได้จากการท่องเที่ยว มีปริมาณสูง อย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2560 คาดว่า เป้าหมายรายได้ จากการท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ "เติบโต” ร้อยละ 10 จะก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 18.6 ของ GDPและคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานประมาณ 13.75 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 จากปี 2559
รัฐบาลและ คสช. ต้องการวางรากฐานการพัฒนาประเทศ ซึ่งการปฏิรูปต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ นั้น จำเป็นต้องการความร่วมมือจากประชาชน รวมทั้ง ความปรองดองของทุก ๆ ฝ่าย อย่างไรก็ตาม เรื่อง "ปากท้อง” ยังเป็นสิ่งแรกๆ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้า มุ่งสู่การเป็น "ไทยแลนด์ 4.0” โดย 2 ปีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลผลักดัน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เกี่ยวกับการดูแลค่าครองชีพ การบริหารจัดการสินค้าเกษตร การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ และการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยผลการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิเช่น
 
(1) การพัฒนาโชห่วย ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ "ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้” ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้ 35,500 ล้านบาท
(2) โครงการ "ประชารัฐร่วมใจ” จัดหาปัจจัยการผลิต ชะลอการขายข้าว และนำผู้ซื้อ ผู้นำเข้า จาก 29 ประเทศทั่วโลก มาเจรจาซื้อขายข้าว มันสำปะหลัง สามารถดึงราคาข้าวจาก 8,500 เป็น 12,000 บาทต่อตัน และทวงคืนแชมป์ ส่งออกข้าวในต่างประเทศ ได้รางวัล "ข้าวดีเด่น” ของโลก จากงาน World Rice Conference 2016 รวมทั้ง บริหารจัดการพืชเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันยางพารา และผลไม้ ทำให้เกิดยอดขาย กว่า 90,000 ล้านบาท
(3) การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ โดยผลักดันกฎหมายสำคัญ 10 ฉบับ เช่น กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พระราชบัญญัติ ลิขสิทธ์ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และพระราชบัญญัติจัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว
เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า และสนับสนุน SME นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับ "ตลาดออนไลน์” เพื่อช่วยผู้ประกอบการและเกษตรกร ให้มีช่องทางขายสินค้าเพิ่มเติม เช่น เว็บไซต์ THAITRADE และโครงการ Smart Online SME ซึ่งได้รับรางวัล WSIS Prize 2016 จากองค์การสหประชาชาติ ด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการค้าออนไลน์ "ดีที่สุดในโลก”
(4) การผลักดันการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เน้นการสร้าง "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ควบคู่กับการทำ FTA การสร้างมูลค่าส่งออก ปีละกว่า 7.5 ล้านล้านบาท ขยายตัวเป็นอันดับที่ 11 ของโลก
 
(พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2560 เวลา 20.15 น.)
ส่วนอาเซียน เรียบเรียง
 
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์