หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ระบบกฎหมายของประเทศบรูไน

16 มกราคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 5712)

ระบบกฎหมายของประเทศบรูไนมีรากฐานมาจากระบบกฎหมายจารีตประเพณีของประเทศอังกฤษ (English Common Laws) ระบบการศาลของอังกฤษเป็นระบบอิสระ มีอำนาจในการตัดสินคดีอย่างเต็มที่แม้ว่าประเทศบรูไนได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้วก็ตาม บรูไนยังคงใช้ระบบกฎหมายของอังกฤษอยู่ แต่สำหรับชาวมุสลิมมีหลายกรณีที่ใช้กฎหมายอิสลาม (Islamic Shari’a Law หรือ Islsmic Shri’ah Law) แทน และไม่ยอมรับเขตอำนาจโดยบังคับของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับระบบกฎหมาย ในขณะที่ประธานที่ปรึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ดำรงตำแหน่งประธานศาลสูงสุด อำนาจในการตัดสินคดี อยู่ที่ศาลสูงสุด คือ ศาลฎีกา ศาลชั้นกลางหรือศาลอุทธรณ์ และศาลชั้น ต้นดังนี้
 
1) ศาลชั้นต้น (Subordinate Court) ซึ่งประกอบด้วย ศาลแขวง (Magistrate Courts) และศาลเยาวชน (Juvenile Courts) โดยศาลแขวงถูกควบคุมโดยพระราชบัญญัติศาลชั้นต้น (Subordinate Courts Acts) คดีส่วนใหญ่ถูกพิจารณาในศาลแขวง ซึ่งมีที่อยู่ใน 4 เขต คือ บรูไนดารุสซาลาม บันดาร์ เสรี เบกาวัน คัวลาเบอไลต์ ตูตง และ เต็มบูรง เขตอำนาจศาลแขวงพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นกลางและศาลฎีกา ศาลเยาวชนตั้งอยู่ใน 4 เขต ได้แก่ บันดาร์เสรี เบกาวัน ตูตง คัวลาเบอไลต์ และ เต็มบูรง โดยศาลเยาวชนจะพิจารณาคดีใน 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การกระทำความผิดอาญา โดยเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี เยาวชนซึ่งไม่อยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง และเยาวชนที่ต้องการการดูแลและคุ้มครองเป็นพิเศษ
 
2) ศาลชั้นกลาง (Intermediate Court) ตั้งโดยพระราชบัญญัติศาลชั้นกลาง (Intermediate Court Act) ซึ่งรับพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา โดยในคดีอาญาจะรับพิจารณาคดีอาญาที่ระวางโทษไม่เกิน 20 ปี ศาลชั้นกลางไม่มีอำนาจพิจารณาคดีที่มีโทษประหารชีวิต สำหรับคดีแพ่ง ศาลชั้นกลางสามารถรับพิจารณาคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 ดอลล่าร์บูรไน และคดีที่มีการร้องเรียกเงินในจำนวนเงินมากกว่า 15,000 ดอลลาร์บรูไนแต่ไม่เกิน 60,000 ดอลลาร์บรูไน นอกจากนี้ผู้พิพากษาชั้นกลางยังทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลจัดการ การเข้าสมัครเป็นทนายความ (Advocate)และทนายให้คำปรึกษา (Solicitor)คำตัดสินที่ออกโดยศาลชั้นกลางสามารถอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้
 
3) ศาลฎีกา (Supreme Court) ซึ่งประกอบด้วย ศาลสูง (High Court) และศาลอุทธรณ์ (Court of Appeal) ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาของศาลสูงรับพิจารณาคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา โดย ไม่จำกัดเขตอำนาจศาล รวมทั้งรับอุทธรณ์คดีแพ่งและคดีอาญาจากศาลแขวง
 
ในการพิจารณาคดี ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจในการพิจารณาตัดสินคดีที่มีบทลงโทษประหารชีวิต หรือจำคุกเกินกว่า 20 ปี ทั้งมีหน้าที่รับพิจารณาคดีแพ่งหรือคดีอาญาจากศาลชั้นกลาง ซึ่งในกรณีที่ศาลอุทธรณ์เป็นศาลสูงสุดหรือศาลสุดท้ายของการตัดสินคดีทางอาญา องค์คณะศาลต้องประกอบด้วย ประธานหัวหน้าคณะและผู้พิพากษาอีกสองคน ส่วนคดีทางแพ่งในกรณีที่ทุกฝ่ายยินยอมพร้อมใจสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายแห่งคณะองค์มนตรีในลอนดอน (Privy Council)
 
 
นอกจากนี้ ประเทศบรูไนมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จึงมีการใช้กฎหมายอิสลาม ซึ่งขึ้นอยู่กับกรมกฎหมายอิสลาม กรมนี้มีหน่วยงานย่อยอีก 4 หน่วยงาน คือ
 
1. แผนกมุฟตี มีมุฟตีเป็นหัวหน้าสูงสุดด้านกิจกรรมศาสนาอิสลามเป็นผู้ประกาศตัวชี้ขาดหรือวินิจฉัยปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมมุสลิม ซึ่งปกติแล้วจะมีประเด็นสำคัญๆ ที่ถูกถามโดยหน่วยงานต่างๆ ของ รัฐบาล มุฟตีเป็นประธานคณะกรรมการศาลและประธานคณะกรรมการด้านกฎหมาย (Legal Committee) นอกจากนั้นมุฟตียังดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสภาศาสนาอิสลามอีกด้วย
 
2. แผนกหัวหน้าผู้พิพากษา (กอฎี) แผนกนี้มีผู้พิพากษาเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ดูแลศาลศาสนา 2 แห่ง คือ
1) ศาลผู้พิพากษา มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินคดีความทั่วราชอาณาจักร
2) ศาลผู้พิพากษาประจำเขต มีอำนาจเฉพาะในเขตใดเขตหนึ่งเท่านั้น ฝ่ายนี้ยังมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการสมรสและการหย่าร้างอีกด้วย
 
3. แผนกศาลศาสนา (ศาลชะรีอะฮ์.) มีอำนาจหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่สมเด็จพระราชาธิบดีในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการมุสลิม สภานี้มีคณะกรรมการที่เป็นหลักอยู่ 2 ฝ่าย คือ
1) คณะกรรมการกฎหมายที่มีหน้าที่ฟัตวา (วินิจฉัย) ปัญหาต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม คำวินิจฉัยที่ได้ประกาศออกมาจะกลายเป็นกฎหมายทันที ซึ่งมุสลิมทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม
2) คณะกรรมการศาล เป็นศาลที่รับคำร้องหรือข้อร้องเรียนต่างๆ และยังเป็นแหล่งอ้างอิงทางกฎหมายสำหรับคดีต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นในราชอาณาจักร
 
นอกจากนั้น แผนกศาลศาสนายังมีหน้าที่รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือแก่คนจน คนทำงานเพื่อศาสนา รายได้หลักของแผนกศาลศาสนานี้ได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ จากค่าปรับในศาลศาสนาหรือศาลชารีอะฮ์. กำไรจากธนาคาร และซะกาตประเภทต่างๆ
 
4. แผนกสืบสวน มีอำนาจหน้าที่ด้านการตรวจสอบ สืบสวนข้อเรียกร้อง และดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด มีเจ้าหน้าที่อยู่ทั่วประเทศมากกว่า 70 ท่าน
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์