หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
นวัตกรรมอวกาศ พัฒนาประเทศไทย

23 ธันวาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1644)

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กล่าวในรายการเดินหน้าประเทศไทย ถึงนวัตกรรมอวกาศ พัฒนาประเทศไทยว่า ที่ผ่านมาไทยใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสารมากว่า 40 ปี และใช้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนมีดาวเทียมเป็นของตนเอง ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ดาวเทียมไทยคม โดยไทยยังมีดาวเทียมอีก 3 ประเภท นอกจากดาวเทียมไทยคมที่ใช้สื่อสาร คือ ดาวเทียมไทยพัฒน์ ที่ใช้เพื่อการวิจัย ดาวเทียมไทยโชติ ที่ใช้เพื่อการถ่ายภาพและสำรวจ ซึ่ง GISTDA จะพิจารณาว่าได้ประโยชน์จากดาวเทียมไทยโชติอย่างไร เพื่อให้มีดาวเทียมไทยโชติระยะที่ 2 ในอีก 10 ปีข้างหน้า
 
ทั้งนี้ ดาวเทียมไทยโชติมีประโยชน์ในการพัฒนาเรียนรู้ระบบควบคุมดาวเทียม ระบบรับสัญญาณ ที่สามารถต่อยอดและพัฒนาเพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ในเชิงธุรกิจ โดยภาพถ่ายที่ได้ต้องนำมาแปรแล้วส่งต่อให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้ติดตามเรื่องภัยพิบัติ การเกษตร พื้นที่เพาะปลูก การบุกรุกทำลายป่า รวมถึงติดตามสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศ
 
ผู้อำนวยการ GISTDA ยังกล่าวอีกว่า ดาวเทียมที่ไทยนำมาใช้อีกประเภทคือ ดาวเทียมนำทาง หรือ GPS ซึ่งไทยยังไม่มีดาวเทียมประเภทดังกล่าวเป็นของตนเอง แต่ไทยมีศักยภาพในการนำมาใช้ ซึ่ง GISTDA ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
 
 
 
ที่มา :  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์