หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
คุณภาพอากาศในอาเซียน

18 ธันวาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2870)

โดย  ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
 
คุณภาพอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประเทศ ในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากเป็นปัญหาที่ทุกประเทศประสบอยู่ในปัจจุบัน คือ การที่ระดับคุณภาพอากาศภายในประเทศมีคุณภาพที่ลดต่ำลง อันเป็นผลมาจากปัญหามลภาวะ มลพิษภายในประเทศนั้น ๆ ทั้งนี้ การวัดคุณภาพของอากาศโดยทั่วไปจะใช้ดัชนีคุณภาพอากาศซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญและเป็นตัวชี้วัด ที่หน่วยงานภาครัฐใช้ในการสื่อสารกับประชาชนถึงระดับคุณภาพของอากาศในพื้นที่ โดยดัชนีคุณภาพอากาศ จะสะท้อนสภาวะการปนเปื้อนของอากาศในแต่ละช่วงเวลารวมถึงระดับความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพกับประชากรที่อาศัยอยู่ภายในบริเวณนั้น ๆ
 
ดัชนีคุณภาพอากาศในแต่ละประเทศมีการใช้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป โดยเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามมาตรฐานการชี้วัดคุณภาพอากาศของแต่ละพื้นที่โดยประเทศในกลุ่มอาเซียนเอง ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยเองได้มีการใช้ดัชนีคุณภาพอากาศซึ่งเป็นการวัดระดับมลพิษทางอากาศ จากปริมาณก๊าซ 5 ประเภท คิดเป็นค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงของก๊าซโอโซน (O3) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (NO2) และฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่เป็นมาตรฐานสากลและมีการใช้กันในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น โดยดัชนีตัวนี้จะสะท้อนให้ประชาชนได้ทราบว่า ในพื้นที่นั้น ๆ มีระดับมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับใดและจะมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ในระดับใด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วดัชนีคุณภาพอากาศไม่ควร มีค่าที่สูงกว่า 100 เนื่องจากเป็นระดับที่เริ่มจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ (กรมควบคุมมลพิษ, 2016)   
 
ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ควันพิษจากอินโดนีเซียในช่วงเดือนกันยายน ปี 2015 (กรมประชาสัมพันธ์, 2015) ที่ผ่านมา พบว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นอย่างมาก โดยในมาเลเซียได้มีการวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่า 200 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงมากและมีอันตรายต่อสุขภาพผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โรงเรียนในมาเลเซียในช่วงนั้นต้องมีการหยุดการเรียนการสอนเลยทีเดียว หรือในกรณีเหตุการณ์หมอกควัน ในภาคเหนือในไทยในช่วงต้นปีนี้ (ข่าวสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ, 2016) พบว่า สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ 8 จังหวัดทางภาคเหนือ คือ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตากโดยหมอกควันดังกล่าวซึ่งมีสาเหตุจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านได้ส่งผลต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่นั้นและมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยทำให้มีอาการป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เช่น ในจังหวัดพะเยานั้น มีการวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศสูงถึง 139
 
ทั้งนี้ ปัญหาคุณภาพอากาศเป็นปัญหาร่วมที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการหาทางแก้ไขปัญหาโดยประเทศในกลุ่มอาเซียนเองก็ได้มีการลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) เพื่อร่วมกันจัดการปัญหาหมอกควันภายในภูมิภาคการลดมลพิษในภายในภูมิภาค โดยเป็นการลงนามตั้งแต่ปี 2002 (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2015) อ้างอิง · กรมควบคุมมลพิษ (2016), ดัชนีคุณภาพอากาศ (http://www.pcd.go.th/info_serv/air_aqi.htm) · กรมประชาสัมพันธ์ (2015), ควันพิษอินโดนีเซียทำคุณภาพอากาศมาเลเซียเป็นไปทางที่เลวลงยิ่งกว่าเดิม (http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNFOR5809270020014) · กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2015), ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (http://asean.mnre.go.th/th/asean-environmental-management/asean-11/) · ข่าวสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ (2016), ข่าวสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือวันที่ 21 มีนาคม 2016(http://www.krobkruakao.com/)

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์