หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แรงงานเมียนมากับประเทศไทย

12 ธันวาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1349)

โดย  สันติพจน์ กลับดี
 
 
หลังจากที่นางออง ซาน ซูจี (H.E. Daw Aung San Suu Kyi) ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 23 - 25 มิถุนายน 2559 และได้ไปพบปะกับแรงงานชาวเมียนมาที่ห้องประชุมตลาดทะเลไทย เพื่อให้กำลังใจ รับทราบปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับแรงงานที่รับจ้างทำงานอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น หลังการพบปะกับแรงงานดังกล่าว ปรากฏว่ามีการแบ่งปัน (share) ข้อเรียกร้องที่อ้างว่ามาจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และกลุ่มแรงงานเมียนมาในสื่อสิ่งพิมพ์และสังคมออนไลน์ต่าง ๆ กันอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วยข้อเรียกร้อง 5 ประการ ได้แก่
1. การจดทะเบียนแรงงานแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามรอบใหม่
2. การให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ตามกฎหมายไทย
3. การขอสิทธิเดินทางข้ามจังหวัดของแรงงานที่มีบัตรสีชมพู
4. การขอให้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการนำเข้าแรงงานระหว่างรัฐต่อรัฐโดยไม่ต้องผ่านนายหน้า
5. การขอให้ทางการไทยดูแลบุตรหลานแรงงานเมียนมาให้ได้รับการศึกษาและสาธารณสุขรวมถึงให้สามารถเทียบโอนวุฒิการศึกษาระหว่างไทยกับเมียนมาได้
 
การแพร่กระจายของข้อเรียกร้องต่าง ๆ ข้างต้น ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเท่าที่ติดตามมาพบว่า มีทั้งที่แสดงความคิดเห็นไปในทำนองว่า พวกเขาเรียกร้องกันมากเกินไป ถ้าไม่ยินดีที่จะทำงานในประเทศไทยต่อไปก็ให้กลับไปเลย และที่แสดงความคิดเห็นไปในทำนองว่า ถ้าพวกเขากลับไปพวกเรานั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายได้รับความเดือดร้อน ก็มีเช่นกัน ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกันนี้นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง
 
จากข้อมูลล่าสุดของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่า จำนวนคนต่างด้าวในกลุ่มอาเซียน (จากทั้ง 9 ประเทศ) ที่ได้รับอนุญาตทำงานในเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2559 รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 1,389,002 คน แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. ลักษณะงานกึ่งฝีมือ/ฝีมือ จำนวน 22,458 คน
2. ลักษณะงานไร้ฝีมือ จำนวน 1,366,544 คน
จากจำนวนคนต่างด้าวในกลุ่มอาเซียนที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยทั้งหมดพบว่า เป็นแรงงานจากเมียนมา เป็นจำนวนถึง 1,027,469 คน แบ่งเป็นลักษณะงานกึ่งฝีมือ/ฝีมือ จำนวน 1,890 คน และลักษณะงานไร้ฝีมือ จำนวน 1,025,579 คน หรือกล่าวได้ว่าเป็นแรงงานที่มาจากเมียนมาถึงประมาณร้อยละ 74
 
เกี่ยวกับลักษณะงานที่แรงงานจากเมียนมาเข้ามาทำงานในประเทศไทยพบว่า แตกต่างกันไปตามลักษณะงานและระดับฝีมือ กล่าวคือ
1. ในส่วนของลักษณะงานกึ่งฝีมือ/ฝีมือ พบว่า กระจายอยู่ในอาชีพต่าง ๆ เช่น ผู้ประกอบอาชีพด้านการสอน กรรมการผู้จัดการ/ผู้บริหารระดับสูง สถาปนิก/วิศวกร ช่างเทคนิคด้านต่าง ๆ
2. ในส่วนของลักษณะงานไร้ฝีมือพบว่า กระจายอยู่ในกิจการต่าง ๆ เช่น กิจการก่อสร้าง การให้บริการต่าง ๆ เกษตรและปศุสัตว์ กิจการต่อเนื่องเกษตร ต่อเนื่องประมงทะเล
 
จากข้อมูลแรงงานต่างด้าวตามที่ได้กล่าวไปนั้น คงเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นว่า แรงงานจากเมียนมาเป็นแรงงานที่ความสำคัญต่อการผลิตและการบริการต่าง ๆ ของประเทศไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของแรงงานไร้ฝีมือ และเชื่อว่าแรงงานในส่วนนี้จะยังคงมีบทบาทและมีความสำคัญต่อไปตราบใดก็ตามที่
1. โครงสร้างทางการผลิตของไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน
2. ค่าแรงขั้นต่ำของไทยยังคงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของเมียนมา 2-3 เท่าอย่างในขณะนี้
3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ของเมียนมายังไม่สมบูรณ์และเพียงพอต่อการรองรับการขยายตัวทางด้านการค้า การลงทุน จากประเทศต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ความต้องการแรงงานและผลตอบแทนของแรงงานในเมียนมาจะสูงขึ้น และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับสู่มาตุภูมิของแรงงานจากเมียนมาที่มาทำงานอยู่ในประเทศไทย) แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สรุปได้สั้น ๆ ว่า "ยังไม่ใช่เวลาที่แรงงานจากเมียนมาจะกลับไป”
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์