หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รัฐมนตรีเกษตรฯ เข้าร่วมประชุมระดับผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคเอเชียแก้ไอยูยู ณ สาธารณรัฐเกาหลี

1 ธันวาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1160)

รัฐมนตรีเกษตรฯ เยือนเกาหลีใต้ ร่วมเป็น 1 ใน 7 ประเทศถกเวทีระดับผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคเอเชียแก้ไอยูยู และการบริหารทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการจัดทำ "นโยบายประมงร่วมอาเซียน” มุ่งเป้ามีการทำประมงยั่งยืนในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2562
 
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมระดับผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคเอเชียเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนและการแก้ไขปัญหาไอยูยูระดับภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงมหาสมุทรและการประมง สาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับหน่วยงานเอ็นจีโอ ได้แก่ มูลนิธิความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม (EJF) กลุ่มสิทธิมนุษยชนของอังกฤษ และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ร่วมกันจัดขึ้น ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ผู้จัดงานได้เชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูง จากภูมิภาคเอเชีย รวม 7 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา ศรีลังกา และสาธารณรัฐเกาหลี (เจ้าภาพ) รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศและภาคเอกชนร่วมประชุม เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐในภูมิภาคเอเชีย และองค์การระหว่างประเทศเกี่ยวกับแนวทางการขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดการทรัพยากรด้านประมงอย่างยั่งยืน
 
สำหรับประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากเวทีนี้ในการแสดงถึงจุดยืนและความมุ่งมั่นในการ ร่วมเป็นหนึ่งในประเทศที่กำหนดนโยบายการจัดการความยั่งยืนของทะเลและทรัพยากรประมง ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการประมงของไทยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต โดยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายและปัญหาแรงงานในภาคการประมงเป็นวาระแห่งชาติที่ได้เร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่นับว่าเป็นการปฏิรูปการประมงจากที่เคยปฏิบัติมาในอดีต ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานทั้งระบบและในภาคการประมง ซึ่งสถานการณ์การค้ามนุษย์ "ทิพ รีพอร์ท” ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศปรับสถานะประเทศไทยขณะนี้อยู่ใน "เทียร์ ทู วอชลิสต์” (Tier 2 Watch List)
 
อย่างไรก็ตาม การจัดการทรัพยากรทางทะเลไม่สามารถกระทำให้สำเร็จได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่ง ประเทศไทยจึงเห็นความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งกับมิตรประเทศในภูมิภาค ประเทศคู่ค้า และองค์การระหว่างประเทศ อาทิ อีเจเอฟ, กรีนพีซ, ไอแอลโอ, และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประชาคมอาเซียน ในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตอาหารและสินค้าประมงที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จึงควรมีการบริหารจัดการทรัพยากรในมิติต่าง ๆ ในทิศทางเดียวกัน ตามที่ได้ประกาศไว้ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ หรือ "อา-มาฟ” (AMAF) ครั้งที่ 38 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนกันยายน 2016 ว่า ประชาคมอาเซียนควรกำหนดนโยบายประมงร่วมกัน เพื่อกำหนดเป้าหมายและแผนเป็นขั้นตอน โดยในปี 2560 ไทยจะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนชาวประมงจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประมาณเดือนมีนาคม 2560 พร้อมทั้งการประชุมวิชาการด้านการบริหารทรัพยากรประมง ระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลก ประมาณเดือนกรกฎาคม 2017 เพื่อประชาคมอาเซียนจะสามารถนำผลที่ได้จากการประชุมทั้ง 2 ครั้ง จากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน อันรวมถึงผู้ประกอบการประมงทั้งรายย่อยและรายใหญ่ในทุกระดับการผลิต มาประกอบการ ร่างนโยบายประมงร่วมกัน ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ทุกประเทศและทุกภาคส่วนในประชาคมอาเซียนก้าวเดินไปด้วยกัน
 
"การประชุมในระดับผู้กำหนดนโยบายในภูมิภาคเอเชียเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากร ทางทะเลอย่างยั่งยืนในครั้งนี้จึงสอดคล้องกับสิ่งที่ประเทศไทยได้มุ่งมั่นดำเนินการ และหวังว่าประชาคมอาเซียนจะร่วมกันผลักดันจุดยืนการทำประมงอย่างยั่งยืนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2562 และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในการจัดทำ "นโยบายประมงร่วมอาเซียน” โดยแสวงหาร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักเลขาธิการอาเซียนและประเทศสมาชิก องค์กรระดับภูมิภาค และองค์กรระหว่างประเทศ และพันธมิตรจากทั่วโลก และจะนำผลที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อกำหนดนโยบายประมงสู่ความยั่งยืนต่อไป” พลเอก ฉัตรชัย กล่าว
 
 
 
ที่มา :  กระทรวงเกษตรและสหรกรณ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์