หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ ครั้งที่ 24

30 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1407)

เมื่อวันที่ 19 - 20 พฤศจิกายน 2559 พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 24 (24th APEC Economic Leaders’ Meeting) ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศชั้นนำที่ไทยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ซึ่งเอเปกถือเป็นกลไกความร่วมมือที่เสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปฏิรูปประเทศจากปัจจัยสนับสนุนภายนอก เช่นเดียวกับอาเซียนและ OECD
 
ในระหว่างการประชุม ผู้นำเขตเศรษฐกิจฯ ได้ร่วมรับรองปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 24 พร้อมเอกสารแนบ ได้แก่ ปฏิญญาลิมาว่าด้วยเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก และแผนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของการค้าบริการเอเปก (APEC Services Competitiveness Roadmap) ทั้งนี้ การประชุมฯ มีการหารือ 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
 
1. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการเปิดเสรี โดยผู้นำเขตเศรษฐกิจฯ ได้หารือถึงความท้าทายของการค้าเสรีและการลงทุนในบริบทโลกปัจจุบัน และเห็นพ้องในการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific - FTAAP) การเปิดเสรีการค้าภาคบริการ และการสื่อสารทำความเข้าใจและกระจายประโยชน์ของการเปิดเสรีให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นเพื่อลดกระแสต่อต้านการค้าเสรี (Protectionism)
 
2. การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ได้แก่ การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro, Small and Medium Enterprises- MSMEs) ในระบบเศรษฐกิจภายในและระหว่างประเทศ ความมั่นคงด้านอาหารกับการรองรับความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ
 
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำความมุ่งมั่นของไทยต่อวาระเอเปกข้างต้น โดยเฉพาะการจัดทำ FTAAP การสร้างระบอบการค้าเสรีที่ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกที่มีความแตกต่างด้านการพัฒนา การใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ และการค้าภาคบริการ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building) ในประเด็นใหม่ ๆ โดยได้แสดงความจำนงในประเด็นความพร้อมของไทยในการเป็นผู้ขับเคลื่อน MSMEs ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน (Green and Sustainable MSMEs) ความมั่นคงทางด้านอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืน การเชื่อมโยงด้านดิจิทัล รวมทั้งสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของเอเปกหลังปี 2020 ที่ควรสร้างสมดุลระหว่างมิติด้านการค้าการลงทุน และมิติด้านการพัฒนา
 
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานอื่น ๆ ดังนี้
1. การหารือระหว่างผู้นำฯ กับสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปก (ABAC) เรื่องขับเคลื่อนการเปิดเสรีและเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสังคม
2. การหารืออย่างไม่เป็นทางการกับกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก (Pacific Alliance – PA) ครั้งที่ 2 ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ประสานงานอาเซียน-PA และเสนอความร่วมมือที่เป็นไปได้ระหว่าง APEC-PA ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริม SME/ Start-up การศึกษา และการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI)
3. การหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนาย Mark Zuckerberg, CEO บริษัท Facebook เรื่องบทบาทของอินเทอร์เน็ตในการช่วยพัฒนาความเชื่อมโยง ส่งเสริมการศึกษา รวมถึงบริการภาครัฐ โดยรองนายกรัฐมนตรีเชิญนาย Zuckerberg กล่าวปาฐกถาที่ไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ด้วย
4. การหารือกับนางสาว Christine Lagarde ผู้อำนวยการ IMF เรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้อำนวยการ IMF ขอให้เขตเศรษฐกิจต่าง ๆ มุ่งมั่นปฏิรูปประเทศ ส่งเสริมการค้า การลงทุน และหลีกเลี่ยงการกีดกันทางการค้า โดยไทยพร้อมร่วมมือกับ IMF
5. การหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกีนี เรื่องการเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่างกันในด้านการผลิตอาหาร พลังงาน และการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปก ปี 2561 ของปาปัวนิวกีนี และ
6. การพบปะกับ US-APEC Business Council และหารือในประเด็นการลงทุนในประเทศไทย เช่น ระบบ e-Payment เป็นต้น
 
อนึ่ง เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปก ในปี 2560 และไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกในปี 2565
 
 
 
ที่มา :  กระทรวงการต่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์