หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รองนายกรัฐมนตรีพบปะหารือกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา– เอเปก

21 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1106)

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี หารือกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา – เอเปก (U.S. – APEC Business Coalition) สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
 
รองนายกรัฐมนตรีมีความยินดีที่ได้พบกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปกในวันนี้ ซึ่งมีคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ จากกว่า 20 บริษัทชั้นนำจากหลายสาขาธุรกิจ อาทิ เหมืองแร่ พลังงาน การเงิน การตลาด และสุขภาพ เป็นต้น รองนายกรัฐมนตรียินดีที่ได้เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าไทยจะประสบการสูญเสียอันยิ่งใหญ่แต่ก็ทำให้เห็นและตระหนักได้ว่า ไทยยังมีเพื่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลกที่ได้เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัย โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้แนวทางไว้
 
โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกับภาคเอกชน และการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจโลกของไทย จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี พ.ศ. 2560 นั้น ประเทศไทยยังคงเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยและการปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้าน รองนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องและกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ไทยหรือที่เรียกว่า ประเทศไทย 4.0 จะช่วยให้ไทยพร้อมรับกับความท้าทายใหม่ ๆ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
 
ประเทศไทย 4.0
นโยบายประเทศไทย 4.0 คือ ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของชาติ ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยการปฏิรูปด้านการเมือง โดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ S-Curve เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาและความร่วมมืออื่น ๆ
โครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลได้ลงทุนเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Physical Infrastructure) และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของประเทศ โดยมีแผนที่จะลงทุนกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งทางด่วนยกระดับ ถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรางคู่ เป็นต้น รวมทั้งขยายระบบการเดินทางขนส่ง ทั้งทางเรือ และอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการ
เศรษฐกิจดิจิทัล
รัฐบาลมีแผนในการพัฒนา Internet Gateway โดยได้ลงทุนในสายเคเบิลใต้น้ำใยแก้วที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งนี้จะช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของอาเซียน นอกจากนี้ รัฐบาลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศไปยังหมู่บ้านในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถทำการค้าขายได้แบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) และยังได้พัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-payment platform) ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงาน ธุรกิจ และบุคคล
 
โมเดล Thailand 4.0 และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วย
1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
3) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
4)การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
5) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร
 
และการเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ประกอบด้วย
1) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 2
) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์
3)อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
4) อุตสาหกรรมดิจิตอล
5) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
ทั้ง 10 อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
 
การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ มีการปฏิรูปภาษีและศุลกากร รวมถึงการขจัดปัญหาคอรัปชัน ทั้งนี้ รายงานผลการศึกษาเพื่อจัดอันดับความยาก–ง่ายในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หรือ Ease of Doing Business จัดทำโดยธนาคารโลกนั้น ในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 46 จากเดิมอยู่อันดับที่ 49
การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
SMEs SMEs และธุรกิจใหม่ (Startups) เป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจไทย รัฐบาลดำเนินนโยบายการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาส รวมถึงเพิ่มความสามารถในการเข้าสู่ตลาด โดยใช้ระบบ E-Commerce
 
การพัฒนาแรงงานที่มีความสามารถ
การพัฒนาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดแรงงานที่มีความสามารถ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้และความสามารถของแรงงานไทย
 
โอกาสนี้ US-APEC แสดงความขอบคุณที่รองนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้เข้าพบ และได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจไทย และกล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทย US-APEC แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย และยินดีที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมาก พร้อมแสดงความชื่นชมนโยบายประเทศไทย 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นนโยบายสำคัญซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศไทยในอนาคต
 
 
 
ที่มา :  www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์