หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เมืองน่าอยู่ในอาเซียน

18 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 2445)
 
โดย  ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
 
 
The Economist Intelligence Unit (2015) ในเครือ The Economist ได้ทำการจัดอันดับ Global Liveability Ranking 2015 ซึ่งสะท้อน "The world’s most "liveable” cities” หรือ เมืองน่าอยู่ที่สุด ในโลก ประจำปี 2015 โดยพิจารณาจาก 30 ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย หลักประกันสุขภาพ ระบบการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม ใช้ในการคำนวณค่าคะแนนเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก (ดังแสดงในแผนภาพ) การจัดอันดับครั้งนี้เป็นการจัดอันดับจาก 140 เมืองทั่วโลก ซึ่งในภาพรวมพบว่าตั้งแต่ปี 2010 ระดับความน่าอยู่ทั่วโลกลดลงเนื่องจากประเด็นในเรื่องเสถียรภาพและความปลอดภัย เช่น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในซีเรีย ยูเครน ลิเบีย การเกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายในฝรั่งเศสและตูนิเซีย เป็นต้น
 
ผลการจัดอันดับพบว่า เมืองที่ได้คะแนนสูงนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นเมืองที่มีขนาดกลางในประเทศพัฒนาแล้วและมีความหนาแน่นของประชากรต่ำ โดยผลคะแนนเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกอันดับที่ 1 คือ เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเมลเบิร์นเป็นเมืองที่ได้รับการจัดอันดับในเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกันแล้ว รองลงมา ได้แก่ เวียนนา ประเทศออสเตรีย แวนคูเวอร์ โตรอนโต ประเทศแคนาดา และแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย โดยเมืองเหล่านี้ถือเป็นเมืองที่มีมาตรฐานความเป็นอยู่ในระดับสูง มีโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค ระบบการขนส่งและระบบการดูแลสุขภาพที่ดีและมีอัตราการฆาตกรรมต่ำ
 
สำหรับผลการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่า สิงคโปร์จัดเป็นประเทศที่มีระดับความน่าอยู่สูงที่สุดในอาเซียน โดยได้อันดับที่ 49 รองลงมา ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (73), บันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน (101), กรุงเทพ ประเทศไทย (102), มะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ (104) และจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย (116) ขณะที่ประเทศในกลุ่ม CLMV นั้น มีเพียงฮานอยและโฮจิมิน ประเทศเวียดนาม อยู่ที่อันดับที่ 118 และ 122 และพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (126) ที่ได้รับการจัดอันดับ
 
ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการจัดอันดับและคะแนนในแต่ละองค์ประกอบอย่างละเอียด พบว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้คะแนนเต็ม 100 ในเกณฑ์นี้ ขณะเดียวกันก็มีคะแนนทางด้านเสถียรภาพและความมั่นคงถึง 95 คะแนน ซึ่งทั้งสองเกณฑ์ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้อันดับที่ค่อนข้างดีในระดับโลก ขณะที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ได้อันดับรองลงมานั้น มีความโดดเด่นในเรื่องของระบบการศึกษา โดยได้คะแนนส่วนนี้ถึง 91.7 คะแนน เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ได้คะแนนสูงในเรื่องความมั่นคงและเสถียรภาพภายในเมือง ขณะที่กรุงเทพ ประเทศไทย ที่แม้ว่า จะได้รับคะแนนในส่วนอื่นน้อยแต่มีความโดดเด่นของคะแนนในเรื่องของระบบการศึกษา โดยได้คะแนนเต็ม 100 ขณะที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย นั้น ปัญหาที่ทำให้ได้คะแนนต่ำคือ ปัญหาด้านระบบการดูแลสุขภาพซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับในพนมเปญ ประเทศกัมพูชาประสบ ขณะที่เวียดนามนั้นคะแนนต่ำมาจากปัญหาด้านการขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ดี
 
 
อ้างอิง · The Economist Intelligence Unit (2015). The world’s most "liveable” cities. (http://www.economist.com/blogs/graphicdetail/2015/08/daily-chart-5)

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์