หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 24 และการประชุมรัฐมนตรีเอเปก ครั้งที่ 28

14 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1380)

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 24 ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ระหว่างวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายน 2559 และในช่วงเวลาเดียวกัน (17 – 18 พฤศจิกายน 2559) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปก ครั้งที่ 28 ด้วย
 
การประชุมเอเปก ประจำปี 2559 จะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก "การเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ และการพัฒนามนุษย์” (Quality Growth and Human Development) โดยจะเน้นประเด็นสำคัญ (Priorities) 4 ประการ ได้แก่ (1) การขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ (2) การส่งเสริมตลาดอาหารในภูมิภาค (3) การก้าวไปสู่ความทันสมัยของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยในเอเชีย-แปซิฟิก และ (4) การพัฒนาทุนมนุษย์
 
การเข้าร่วมการประชุมเอเปกในปีนี้มีความสำคัญต่อไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยนอกจากไทยจะสนับสนุนประเด็นด้านการค้าการลงทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายโบกอร์ (Bogor Goals) อาทิ การจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย - แปซิฟิก (FTAAP) และการจัดทำ APEC Services Competitiveness Roadmap (ค.ศ. 2016-2025) แล้วไทยจะได้มีโอกาสแสดงบทบาทนำในการผลักดันประเด็นด้านการพัฒนา เช่น ความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ปี ค.ศ. 2030 เพื่อสนับสนุนประเด็นด้านการค้าการลงทุน ในปี 2559 ไทยได้ดำเนินการร่วมกับเปรู ภายใต้กรอบเอเปก ในการผลักดันการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยสีเขียว หรือ "Greening Micro, Small and Medium Enterprises - MSMEs” โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ผู้นำเอเปกรับรอง "APEC Strategy for Green and Sustainable MSMEs” ในปี 2560 ผ่านการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องช่วงเดือนกรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากในที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปก ครั้งที่ 3 จากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปก โดยเฉพาะบรูไนดารุสซาลาม จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย เปรู ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม นอกจากนี้ ไทยได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ขยายระยะเวลาของ "APEC Education Strategy” จากปี 2563 (ค.ศ. 2020) ให้สิ้นสุดลงในปี 2573 (ค.ศ. 2030) เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาอินชอนว่าด้วยการศึกษาขององค์การ UNESCO อีกด้วย
 
ในโอกาสเดียวกัน การเข้าร่วมการประชุมเอเปกของไทย ยังถือเป็นโอกาสสำคัญต่อไทยในการนำแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ของเอเปก/ธนาคารโลก ในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business - EoDB) มาปรับใช้ในการปรับปรุงบริการของภาครัฐให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจของนักลงทุนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อผลักดันให้อันดับของไทยตามรายงาน Doing Business ของธนาคารโลกเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ จากการนำแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ มาใช้ ทำให้ไทยสามารถขึ้นสู่ลำดับที่ 46 จากทั้งหมด 190 ประเทศ ในรายงาน Doing Business 2017 โดยเพิ่มขึ้น 3 อันดับจากปีก่อนหน้า
 
อนึ่ง การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก และการประชุมรัฐมนตรีเอเปก จัดขึ้นมาแล้วกว่า 25 ปี และได้รับความสนใจจากผู้นำของสมาชิกเอเปก ทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง โดยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก ปี 2559 ของเปรูนั้น ถือเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรก เมื่อปี 2551) ด้านไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเปกอีกครั้งหนึ่งในปี 2565 ต่อจากเวียดนาม (2560) ปาปัวนิวกินี (2561) ชิลี (2562) มาเลเซีย (2563) และนิวซีแลนด์ (2564)

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์