หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รัฐมนตรี RCEP เร่งหารือสรุปผลการเจรจา

11 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1075)

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 (2nd Intercessional Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) Ministerial Meeting) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เร่งหาข้อสรุปประเด็นการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อน RCEP ให้คืบหน้าและสามารถสรุปผลได้โดยเร็ว ตามที่ผู้นำได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยและอาเซียนโดยรวม
 
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี RCEP สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เปิดเผยว่า รัฐมนตรีของทั้ง 16 ประเทศ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเร่งสรุปผลการเจรจาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของภูมิภาค RCEP โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการเจรจาของคณะกรรมการเจรจาการค้าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (RCEP-TNC) ซึ่งมีการเจรจามาแล้ว 15 ครั้ง ครั้งล่าสุดมีการประชุมระหว่างวันที่ 16 – 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน มีความคืบหน้าสำคัญโดยสามารถตกลงข้อบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นข้อบทแรก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อการเจรจา
 
นายวินิจฉัย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เน้นการหารือเรื่องระดับการเปิดตลาดการค้าสินค้า การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุน หลายประเทศได้เสนอท่าทียืดหยุ่นและพร้อมจะเปิดเสรีสินค้าในระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน และอินเดีย ได้ระบุเป้าหมายการเปิดเสรีสินค้าที่ชัดเจน รวมถึงระยะเวลาการลด/เลิกภาษี ซึ่งสมาชิกอื่น ๆ จะต้องนำกลับไปพิจารณา นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้แนวทางการกำหนดวิธีการและกรอบการให้ความยืดหยุ่นหรือแต้มต่อในการลดภาษีสำหรับสินค้าอ่อนไหวของสมาชิก ซึ่งคณะเจรจาระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสจะนำไปหารือกันต่อไป
 
นายวินิจฉัย กล่าวเสริมว่า สำหรับการค้าบริการเริ่มมีสัญญาณที่ดีมากขึ้น โดยที่ประชุมได้ตกลงให้เริ่มเจรจาเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาหลังจากที่ใช้เวลาในการผลักดันกันมานาน ในขณะที่สมาชิกทุกประเทศเห็นพ้องถึงความสำคัญของการลงทุนและผลักดันให้กฎเกณฑ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยให้คำนึงความอ่อนไหวของแต่ละประเทศด้วย ที่ประชุมยังรับทราบว่าสมาชิกได้เริ่มมีการหารือในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และการกำหนดวินัยเพิ่มเติมสำหรับรัฐวิสาหกิจด้วย ทั้งนี้ รัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการเจรจาการค้าเร่งเจรจา RCEP ให้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในการเจรจา RCEP-TNC ครั้งที่ 16 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 10 ธันวาคม 2559 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจสามารถตกลงข้อบทเพิ่มเติม เช่น นโยบายการเเข่งขัน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น โดยการเพิ่มเรื่องต่าง ๆ เข้าไปใน RCEP จะส่งผลให้ RCEP มีความสมบูรณ์ไม่ต่างไปจาก TPP
 
นายวินิจฉัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง และกำลังเผชิญกับภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว การเจรจา RCEP จะเป็นการสร้างพันธมิตรทางการค้าขนาดใหญ่ระหว่างอาเซียน 10 ประเทศกับคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์ ที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 3.5 พันล้านคน ประเทศสมาชิกมี GDP รวมกันกว่า 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกว่าร้อยละ 29 ของ GDP โลก ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ถึง 2 ประเทศ ได้แก่ จีน และญี่ปุ่น รวมถึงประเทศสมาชิกที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 เช่น จีน และอินเดีย ซึ่งนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ละแนวโน้มการเติบโตที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทย
 
 
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์