หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลไทยทั่วโลก ประจำปี 2559

11 พฤศจิกายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1103)

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลไทยทั่วโลก ประจำปี 2559 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วโลก เดินทางมาเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลในการประชุมครั้งนี้
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายและชื่นชมในการทำงานของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและช่วยดูแลคนไทยในต่างแดน นายกรัฐมนตรียินดีที่ท่าทีของต่างประเทศมีความยืดหยุ่นในการดำเนินความสัมพันธ์กับไทยมากขึ้น หลายประเทศกลับมาสานต่อความร่วมมือกับรัฐบาลเพราะมองเห็นผลประโยชน์กับประเทศไทยเป็นสำคัญ และย้ำว่า ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปโดยมีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ทำหน้าที่สำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับต่างประเทศ
 
นายกรัฐมนตรีได้มอบยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศและแนวทางการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศทั้งในภาพรวมระยะยาว ที่ให้ความสำคัญกับการมองภาพใหญ่ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้การก้าวไปข้าวหน้าในบริบทโลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบาย Thailand 4.0 ขณะเดียวกันรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศต้องร่วมกันชี้แจงให้ต่างประเทศรับทราบและเข้าใจในนโยบายต่าง ๆ ของไทย วิสัยทัศน์ของไทยที่เน้นความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และการสานต่อความร่วมมือกับมิตรประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคีแบบคู่ขนาน
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำเนินความสัมพันธ์ของไทยและต่างประเทศต้องมีทั้งการมองใกล้และมองไกล โดยมองดูศักยภาพของไทย ขอให้ติดตามพัฒนาการต่าง ๆ และการดำเนินการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสร้างการสื่อสารอย่างบูรณาการกับประชาชนในประเทศและต่างประเทศให้รับทราบ ในอนาคตไทยต้องเพิ่มมูลค้าการค้าขายกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะ CLMV รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การแก้ปัญหาข้ามแดน และการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว รวมทั้งขยายความร่วมมือในทุก ๆ ด้าน ที่จะส่งเสริมให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาไปด้วยกัน ทั้งนี้เรื่องเศรษฐกิจเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจึงขอให้เอกอัครราชทูตการดำเนินการทูตเชิงเศรษฐกิจ ตามที่รัฐบาลได้เน้นมาตรการในการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ชุมชน SMEs Start-up และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐบาลมีมาตรการดึงดูดนักลงทุน โดยรัฐบาลได้ปรับปรุงการให้สิทธิประโยชน์แบบทั่วไปและแบบเฉพาะ เพื่อส่งเสริมให้ไทยมีศักยภาพการในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีจึงขอให้เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ช่วยกันผลักดันอย่างเต็มที่และส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน ชี้แนะช่องทางและโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงส่งเสริมภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ และการจับคู่ของภาคธุรกิจไทยและต่างประเทศในสาขาที่มีศักยภาพ
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ในต่างประเทศใช้การทูตเชิงรุก สามารถชี้แจงและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในทุกเรื่อง เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจ มุ่งส่งเสริมเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค รวมถึงให้มีการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 นี้ด้วย
 
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์