หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
การประชุมสมัชชาสหประชาชาติวาระพิเศษ เพื่อถวายสดุดีและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

30 ตุลาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1929)

นายปีเตอร์ ธอมป์สัน (Peter Thomson) ประธานสมัชชาสหประชาชาติ
 
การประชุมสมัชชาใหญ่สมัยวิสามัญครั้งที่ 36 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ก่อนที่เราจะดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะกล่าวสดุดีเพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ในนามของสมัชชาใหญ่ ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ผู้แทนไทยได้แจ้งความเศร้าเสียใจของพวกเราไปยังรัฐบาล ประชาชนชาวในนามของสมัชชาใหญ่ ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ผู้แทนไทยได้แจ้งความเศร้าเสียใจของพวกเราไปยังรัฐบาล ประชาชนชาวไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ได้รับทราบด้วย
 
ท่านเลขาธิการ ท่านเอกอัครราชทูต ท่านสุภาพสตรี และท่านสุภาพบุรุษ ในเช้าวันนี้ พวกเราได้ร่วมกันกล่าวสดุดีเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พระองค์ได้ครองราชย์มานาน 70 ปี โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ พระองค์เป็นที่เทิดทูนของพสกนิกรของพระองค์และทรงได้รับการยกย่องจากทั่วโลกในพระเกียรติยศ พระจริยวัตรอันงดงาม และการอุทิศพระองค์อย่างมุ่งมั่นให้กับประเทศและประชาชนของพระองค์ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวสยาม นั่นคือพระราชปณิธานที่พระองค์ทรงมุ่งปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ พระองค์เป็นที่รักในฐานะพระราชาของประชาชน และโครงการพัฒนาหลายพันโครงการที่ทรงมีพระราชดำริขึ้นตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงทั่วประเทศ โดยได้ปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พระองค์ยังทรงเป็นพลังสำคัญที่นำมาซึ่งสันติภาพและความเป็นเอกภาพทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาค และทรงเป็นผู้สนับสนุนระบบพหุภาคีอย่างแข็งขัน ความสำเร็จในด้านต่างๆ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทำให้ทรงได้รับรางวัลเฉลิมพระเกียรติจำนวนมากจากสหประชาชาติและองค์กรอื่นๆ เช่น รางวัล UN Development Program (UNDP) Human Development Lifetime Achievement Award เมื่อปี 2549 นอกจากนั้น พระองค์ ยังทรงเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มุ่งมั่น และทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมด้านปฐพีศาสตร์ และทรงเป็นผู้นำในการบริหารจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน ในรัชสมัยของพระองค์ ประเทศไทยได้ทำให้โลกได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของดินว่าเป็นทรัพยากรที่จะลดปัญหาความยากจน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาและความมั่นคงอย่างยั่งยืน
 
ในปี 2556 สมัชชาใหญ่ได้รับรองพระราชกรณียกิจ โดยกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ เป็น "วันดินโลก” รวมทั้งให้ปี 2558 เป็น "ปีดินสากล” พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่ได้รับการเทิดทูนมากที่สุดในยุคของเรา พระคุณูปการอันใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อพสกนิกรและประเทศไทย ตลอดจนโลกโดยรวมจะเป็นที่จดจำอย่างไม่เสื่อมคลาย
 
ในนามของสมัชชาใหญ่ ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาล พระราชวงศ์ และประชาชนชาวไทย ขณะที่เราร่วมกันแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระองค์ ความรักและความระลึกถึงของพวกเราจะอยู่กับประชาชนชาวไทยในช่วงเวลานี้ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอให้สมัชชาใหญ่ได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลาหนึ่งนาที เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
 
นายบัน คี มูน (Ban Ki-moon) เลขาธิการสหประชาชาติ
 
ฯพณฯ ปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชาใหญ่ ท่านเอกอัครราชทูต ท่านแขกผู้มีเกียรติ ท่านสุภาพสตรี และท่านสุภาพบุรุษ เรามาร่วมกันในที่นี้เพื่อสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชของประเทศไทย ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของโลก ในนามของสหประชาชาติ ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งหนึ่งต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทย และประชาชนชาวไทย
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของประชาชนชาวไทยและทรงเป็นที่เคารพนับถือจากทั่วโลก จากพระวิสัยทัศน์และน้ำพระทัยอันโอบอ้อมอารีของพระองค์ ข้าพเจ้าได้รับเกียรติให้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ระหว่างการเยือนประเทศไทยในปี 2550 และมีความชื่นชมมายาวนานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ที่จะพัฒนาประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ด้อยโอกาสที่สุด ตลอดช่วง 7 ทศวรรษ พระบาทสม เด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาของวิกฤติการณ์และความตึงเครียดทางการเมือง ความเศร้าสลดอย่างท่วมท้นของประชาชนชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่แผ่ไพศาลไปทั่วประเทศ และการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นของพสกนิกรชาวไทย พระราชปณิธานของพระองค์ในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันภายในชาติช่วยนำพาประเทศให้พัฒนาตามลำดับ มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจรุ่งเรือง พระราชปณิธานของพระองค์ในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันภายในชาติช่วยนำพาประเทศให้พัฒนาตามลำดับ มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจรุ่งเรือง
 
สหประชาชาติขอยกย่องและสดุดีต่อการที่พระองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างโดดเด่น และขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ่งกับผู้ที่เคารพรักและเทิดทูนพระองค์ทุกคน โดยน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สหประชาชาติมุ่งหวังที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประชาธิปไตย การพัฒนา สันติภาพ และสิทธิมนุษยชน ขอบคุณ
 
นายคาฮา อิมนัดเซ Kaha Imnadze เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรจอร์เจียประจำสหประชาชาติ
 
ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย เรารับทราบถึงการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยความโศกเศร้ายิ่ง ข้าพเจ้าซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกกลุ่มยุโรปตะวันออก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยทุกคน การสูญเสียพระองค์ผู้ทรงใส่พระทัยห่วงใยประเทศ ห่วงใยโลก และห่วงใยมนุษยชาติ เป็นสิ่งที่เจ็บปวด พระองค์ท่านทรงงานหนักอย่างไม่ย่อท้อเพื่อความผาสุกและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และได้นำพาประเทศผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากในหลายๆ ครั้ง พระองค์ทรงเป็นที่รักของประชาชนและเป็นที่เคารพของนานาประเทศ พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่แท้จริง เป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
 
จากการที่พระองค์ทรงเป็นผู้ส่งเสริมการศึกษา เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนใฝ่หาความสงบและความเจริญรุ่งเรือง ดังที่ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "คนดีย่อมทำให้ผู้อื่นเป็นคนดี” หมายความว่าความดีจะกระตุ้นให้เกิดความดีในสังคมและช่วยให้ผู้อื่นเป็นคนดี พวกเราทุกคนจะจดจำพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งอุทิศพระองค์ให้กับประเทศชาติความสำเร็จต่างๆ ของพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์นักพัฒนา ได้รับการจดจำไปทั่วโลก
 
นายโคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เคยกล่าวไว้ขณะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ให้กับพระองค์ท่านในปี 2549 ว่า พระองค์ทรงเป็นนักคิดที่มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และทรงมีบทบาทอันสำคัญยิ่งในการสร้างวิถีการพัฒนาให้กับชาวโลก พวกเราจะขอจดจำพระอัจฉริยภาพด้านการทรงดนตรีและประพันธ์เพลงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทรงใช้ดนตรีในการสร้างสะพานเชื่อมการสื่อสาร เชื่อมความสัมพันธ์ และเชื่อมมิตรภาพความเป็นผู้นำ ความกล้าหาญ และพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านจะไม่มีวันถูกลืมเลือน และในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเสียใจ พวกเราขอสวดมนต์และส่งกำลังใจให้กับพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยทุกคน ขอบคุณ
 
นายคริสเตียน บาร์รอส เมเล็ต Cristi?n Barros Melet เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรชิลีประจำสหประชาชาติ
 
ท่านประธานที่เคารพ ในช่วงเวลาอันแสนเศร้านี้ ผมได้รับเกียรติให้เป็นผู้แทนของกลุ่มภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนในการกล่าวคำสดุดีและถวายพระเกียรติต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช องค์พระประมุขแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อปี 2489 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของประชาชนชาวไทย ความกินดีอยู่ดีและเจริญก้าวหน้าของประชาชนของพระองค์เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใยเสมอมา โดยระหว่างที่ทรงครองราชย์นั้น พระองค์ได้ทรงงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ที่ทรงยึดชีวิตความเป็นอยู่และความผาสุกของราษฎรเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนา ทำให้ทรงได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติ ซึ่งทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Human Development Lifetime Achievement Award ของ United Nations Development Programme ในปี 2549 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการมอบรางวัลดังกล่าว ดังที่ท่านเลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้กล่าวในถ้อยแถลงเกี่ยวกับการสวรรคตของพระองค์ ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 7 ทศวรรษ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงเห็นและทรงมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่สำคัญของโลก ภูมิภาค และประเทศของพระองค์ ทำให้พระองค์ทรงกลายเป็นบุคคลผู้ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ ผู้ทำให้เรานึกถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศไทย พระองค์จะทรงสถิตอยู่ในความทรงจำของทุกคนในฐานะผู้นำประเทศ ผู้ซึ่งหลอมรวมจิตใจของประชาชน ประเทศสมาชิกของกลุ่มภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ขอร่วมกันแสดงความอาลัยต่อการจากไปของพระองค์ ณ ที่นี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทย และประชาชนชาวไทยทุกคน ขอบคุณ
 
นายอับดุลลาห์ วาฟี (Abdallah Wafy) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไนเจอร์ประจำสหประชาชาติ
 
ท่านประธาน ท่านเลขาธิการฯ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มแอฟริกาในการแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย พวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทย และประชาชนชาวไทยทุกคน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นเสาหลักของประเทศไทย ทรงเป็นจุดศูนย์รวมแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์และความผาสุกของพสกนิกรพระองค์ทรงเป็นผู้นำและผู้ส่องทางสว่าง นำพาความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมมาสู่ประเทศชาติในหลายทศวรรษที่ผ่านมาตลอด 70 ปีแห่งรัชสมัยของพระองค์ ทรงมุ่งมั่นในการพัฒนา ทรงริเริ่มโครงการกว่า 4,000 โครงการในหลายๆ ด้าน เช่น การชลประทาน การบรรเทาอุทกภัย การสาธารณสุข และการศึกษาทางไกลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันตกผลึกมาจากประสบการณ์ด้านการพัฒนาอันกว้างไกลของพระองค์ได้ถูกแบ่งปันโดยคนทั้งในและนอกประเทศ ได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยสร้างความเข้มแข็งจากภายในท้องถิ่นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่การสูญเสียของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการสูญเสียของทั้งโลก พวกเราจะจดจำพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา กลุ่มประเทศแอฟริกาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า มรดกและความรู้ที่พระองค์ท่านได้ทรงมอบให้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคน รวมไปถึงประชาคมโลก ในการมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ขอน้อมส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสู่สวรรคาลัย ขอบคุณ
 
นายมานซูร์ อายัด อัลโอไทบี (Mansour Ayyad Al-Otaibi) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรคูเวตประจำสหประชาชาติ
 
ท่านประธานสมัชชาฯ ท่านเลขาธิการฯ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกในการถวายความอาลัยและสดุดีเพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในวันนี้ครับ ในฐานะตัวแทนของกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก กระผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยทุกคน ผู้ซึ่งได้รับการอวยพรให้ได้อยู่ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา โดยพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด จนกระทั่งการเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2016
 
พระองค์ท่านทรงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนยิ่งของพสกนิกรในประเทศ ทรงเป็นศูนย์รวมความเป็นหนึงเดียวกันของคนในชาติในยามลำบากคับขัน พระองค์ท่านทรงเป็นที่ยอมรับในฐานะกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา และผู้สร้างสันติภาพ ทรงส่งเสริมให้มีการหารือเมื่อเกิดความขัดแย้ง และได้รับความเคารพอย่างยิ่งยวดเสมอตลอดรัชสมัย ทรงนำพาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาค พัฒนาไปสู่การเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความรักในประเทศไทยของพระองค์ท่าน สะท้อนในพระราชปณิธานในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อประเทศและประชาชนชาวไทย พระราชกรณียกิจและพระวิริยะอุตสาหะทำให้ United Nations Development Programme (UNDP) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Human Development Lifetime Achievement เพื่อเทิดพระเกียรติ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของโลกได้จากพวกเราไปแล้ว พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม ขจัดการเหยียดหยาม และช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย พระองค์ท่านเป็นบุคคลที่น่ายกย่องอย่างหาที่สุดไม่ได้ การสูญเสียของประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็น การสูญเสียของทุกภูมิภาคและของโลก กระผมอยากจะย้ำอีกครั้งในฐานะตัวแทนของกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก พวกเราขอแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งต่างอาลัยยิ่งต่อการสูญเสียประมุขผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ขอภาวนาให้ดวงวิญญาณของพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ขอบคุณครับ
 
นายแมททิว ไรครอฟ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติกล่าวแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติวาระพิเศษ
 
ท่านประธานสมัชชาฯ ท่านเลขาธิการฯ และผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กล่าวในนามกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก ในฐานะตัวแทนกลุ่ม กระผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์และชาวไทยทั่วประเทศต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พระองค์ได้ทรงปกครอง ราชอาณาจักรอย่างสมพระเกียรติยิ่ง โดยทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อพสกนิกร อย่างมีวิสัยทัศน์อันก้าวไกลยิ่งตลอด 70 ปีของการครองราชย์สมบัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลาที่เสด็จสวรรคต ในโอกาสที่กระผมกล่าวที่สหประชาชาติในครั้งนี้ กระผมรู้สึกซาบซึ้งยิ่งที่ได้ระลึกว่า พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ ในปีที่สหประชาชาติจัดตั้งได้เพียง 1 ปีเท่านั้น โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ของสหประชาชาติ กล่าวได้ว่า ทรงเป็นผู้แทนยุคสมัยหลังสงครามโลก ผู้จุดประกายความหวังต่อสันติภาพของโลก การพัฒนา และสิทธิมนุษยชนสากล วิสัยทัศน์เดียวกันนี้เป็นต้นกำเนิดของกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และเช่นเดียวกัน ความท้าทายที่พระองค์ทรงประสบในรัชสมัย ล้วนเป็นปัญหาเดียวกับที่สมาชิกสหประชาชาติทั้งปวงเผชิญเช่นกัน
 
นางซาแมนธา เจน พาวเวอร์ (Samantha Jane Power) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ
 
อรุณสวัสดิ์ทุกท่าน นี่เป็นหนึ่งในวันพิเศษที่ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้เป็นผู้แทนประเทศเจ้าภาพของสำนักเลขาธิการสหประชาชาติ จึงทำให้มีโอกาสได้กล่าวในโอกาสสำคัญเช่นนี้ ในฐานะตัวแทนสหรัฐฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และประชาชนชาวไทย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ท่านมิใช่เพียงมิตรและหุ้นส่วนตลอดกาลของสหรัฐฯ แต่สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อพระองค์ท่านกับสหรัฐฯ มีความหมายยิ่งต่อประเทศของเรา พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีทรงพบกันที่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ในขณะที่ทั้งสองพระองค์ทรงศึกษาวิชาการการแพทย์และพยาบาล โดยพระบรมราชชนกทรงศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ขณะที่พระบรมราชชนนีทรงศึกษาที่วิทยาลัยซิมมอนส์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชทรงประทับที่เมืองนั้นขณะทรงพระเยาว์ก็จริง แต่ความระลึกถึงพระองค์ของเมืองเคมบริดจ์ยังคงชัดเจนไม่เสื่อมคลาย
 
ดิฉันสามารถกล่าวจากประสบการณ์ตรง เพราะก่อนได้รับเกียรติเข้ามาทำงานกับรัฐบาลโอบามา ดิฉันเป็นอาจารย์ที่ Kenedy School of Government ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดและการเดินไปกลับมหาวิทยาลัย มักจะผ่านจัตุรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อยู่ติดกับวิทยาลัยเคเนดี และตั้งชื่อจตุรัสดังกล่าวเพื่อถวายสดุดีระลึกถึงโอกาสที่ทรงพระราชสมภพ ทุกครั้งที่ดิฉันเดินผ่านจัตุรัสฯ ก็มักจะพบคนไทยซึ่งเดินทางมาถวายความเคารพ ถ่ายภาพกับป้ายชื่อบ่อยครั้ง มีสถานที่หลายแห่งที่มีลักษณะเช่นนั้นในเมืองเคมบริดจ์ เช่น ย่านบริกแฮม (Brigham) และโรงพยาบาลสตรีที่พระบรมราชชนนีเคยทรงงาน แทบจะไม่มีสักวันที่ดิฉันไม่พบเห็นคนไทยมาถวายสักการะด้วยของขวัญ ดอกไม้ หรือเขียนถวายพระพรเพื่อแสดงความระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจของชาวไทย เมื่อเกือบสองทศวรรษที่แล้ว มีนักข่าวคนหนึ่ง กราบทูลถามพระองค์ท่านว่า พระองค์ทรงประสงค์ให้คนจำพระองค์เช่นไร ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า ทรงสนพระทัยน้อยมากว่า ประวัติศาสตร์จะจารึกถึงพระองค์อย่างไร
 
"หากจะต้องการเขียนถึงข้าพเจ้าในทางที่ดี ก็น่าจะเขียนว่า ข้าพเจ้าได้ทำสิ่งต่างๆ เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง” ในพระราชดำรินั้น การการทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์หมายถึง การหาวิธีช่วยแก้ปัญหาของพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบ ที่สำคัญที่สุดคือ กลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส ในมุมมองของพระองค์ท่าน หนทางเดียวที่จะรู้ว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ และเข้าใจปัญหาของประชาชนโดยถ่องแท้ คือการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ไปยังที่ ๆ ราษฎรอยู่อาศัย พระองค์ท่านจึงเสด็จฯ ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ยากจนและทุรกันดารในชนบทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมาในรัชสมัยของพระองค์ ได้พัฒนามาเป็นโครงการเพื่อพัฒนาประเทศหลายพันโครงการ แม้การเยี่ยมเยือนพื้นที่ในท้องถิ่นอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้นำประเทศต่าง ๆ แต่การเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น พระองค์ทรงพบปะผู้คนในท้องถิ่นด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าจะเป็นชาวประมง ชาวนา ชาวสวนยาง หรือนักเรียนประถม และเมื่อทรงพบปะข้าราชการ จะทรงเลือกที่จะพบกับกลุ่มที่ทำงานในระดับรากหญ้า ผู้เชี่ยวชาญการเกษตร ครูโรงเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พระองค์ท่านทรงเป็นมากกว่าเพียงนักสังเกตการณ์ที่มีความสนใจ การบำเพ็ญประโยชน์ของพระองค์ หมายถึง การช่วยประชาชนแก้ปัญหา และส่งเสริมให้คนไทยเข้มแข็งที่จะร่วมเผชิญปัญหา ตลอดพระชนม์ชีพ ทรงจดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้ากว่า 40 ชิ้น โดยส่วนใหญ่เป็นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่ทรงคิดค้น ทดสอบ และปรับปรุงด้วยพระองค์เอง และโดยส่วนมาก เป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับคนยากจนได้จริง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ขอยกตัวอย่าง หนึ่งในนวัตกรรมที่เรียกชื่อว่า "แก้มลิง” ซึ่งถูกออกแบบมาให้ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ที่ประเทศไทยประสบอยู่เสมอ พระองค์ท่านทรงจดจำมาจากครั้งทรงพระเยาว์ว่า ลิงมักจะเก็บกล้วยไว้ที่กระพุ้งแก้ม เพื่อที่จะเก็บไว้กินในภายหลัง จึงเป็นที่มาของพระราชดำริที่จะจัดทำอ่างกักเก็บน้ำขนาดเล็ก โดยใช้หลักการของแก้มลิงเพื่อช่วยกักเก็บน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก และนำน้ำมาเก็บไว้ใช้สำหรับการชลประทาน หลักการของแก้มลิงดังกล่าวยังคงใช้อยู่ทั่วประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอื่น ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นรูปแบบเดียวกันนี้ คือ ผสมผสานการอนุรักษ์กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล วิสัยทัศน์ของพระองค์ท่านซึ่งตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมว่า เป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนในระยะยาวนั้น นับว่า ล้ำหน้าวิทยาการต่าง ๆ ไปหลายทศวรรษ
 
กล่าวโดยสรุป เมื่อเดือนมิถุนายน 2503 พระองค์ท่านได้เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์โดยในโอกาสดังกล่าว ได้มีพระราชดำรัสต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ขณะนั้น ทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 32 พรรษาเท่านั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสต่อที่ประชุมว่า ที่ทรงตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญเนื่องจาก เป็นพระราชประสงค์ตามธรรมชาติ ในฐานะมนุษย์ ที่ประสงค์จะได้ทอดพระเนตรสถานที่ที่ทรงพระราชสมภพ กล่าวคือ เมืองเคมบริดจ์ ซึ่งได้เสด็จฯ เยือนในครั้งนั้นด้วย แต่ยังเสด็จฯ เยือนเพื่อย้ำถึงมิตรภาพพิเศษ และคุณค่าต่างๆ ที่ไทยกับสหรัฐฯ ให้ความเคารพร่วมกันด้วย
 
ตามที่พระองค์ทรงกล่าว มิตรภาพจากรัฐบาลต่อรัฐบาลนั้นก็สำคัญ แต่มิตรภาพระหว่างคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง ที่จะเป็นหลักประกันสันติภาพและความเจริญก้าวหน้า พระองค์ท่านยังได้ตรัสกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ด้วยว่า ธรรมเนียมปฏิบัติประการหนึ่งที่คนไทยให้ความสำคัญยิ่ง คือ ความยึดมั่นต่อครอบครัว ซึ่ง "สมาชิกของครอบครัวควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ การให้ความช่วยเหลือย่อมเป็นการทำความดีในตัวอยู่แล้ว ผู้ให้ไม่จำเป็นต้องคาดหวังที่จะได้รับการสรรเสริญหรือผลตอบแทนใด ๆ ผู้รับก็รู้สึกขอบคุณอยู่แล้ว และก็ย่อมเอื้อเฟื้อผู้อื่นต่อไป”
 
พระองค์ท่านยังมีพระราชดำรัสถึงสายสัมพันธ์และความเมตตากรุณาระหว่างสมาชิกครอบครัวไทย เมื่อมองย้อนกลับไป พระองค์เองก็ทรงใช้ชีวิตตามพระราชดำริดังกล่าวเช่นกัน โดยทรงอุทิศพระองค์เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นที่ต้องการความช่วยเหลือตลอดพระชนม์ชีพ ทรงเป็นผู้ให้ และสนพระทัยในพสกนิกรของพระองค์ทุกวัน ไม่ใช่เพื่อรับการสรรเสริญ ไม่ใช่เพื่อผลตอบแทน แต่เพราะเป็นสิ่งที่พึงกระทำสำหรับครอบครัวของพระองค์เอง พระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับพสกนิกรในฐานะที่เป็นครอบครัวของพระองค์ จึงนับเป็นโชคดีของคนไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ที่มีพระมหากษัตริย์เช่นพระองค์ท่านเป็นดังสมาชิกในครอบครัว และเป็นโชคดีของเราทั้งปวงที่มีโอกาสได้เรียนรู้ว่าพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เฉกเช่นพระองค์ท่านได้ทรงเลือกที่จะใช้ชีวิตเช่นนี้เอง ขอบคุณค่ะ
 
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ
 
 
ท่านประธานสมัชชาฯ ท่านเลขาธิการ ผมขอแสดงความซาบซึ้งอย่างจริงใจต่อท่านประธานสมัชชาฯ ที่ได้จัดวาระพิเศษในวันนี้เพื่อถวายสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งคำกล่าวถวายความอาลัยของท่านประธานสมัชชาฯ พวกเรารู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่งต่อคำกล่าวที่ซาบซึ้งของท่านเลขาธิการฯ และประธานกลุ่มภูมิภาคต่าง ๆ ที่เคารพ รวมทั้งท่านเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ในฐานะประเทศเจ้าบ้าน
 
ท่านประธานฯ ครับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นแสงส่องทางของไทยตลอดมาในวิกฤตการณ์และความท้าทายต่างๆ ต่อราชอาณาจักรในเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงเป็นที่พึ่งให้กับพสกนิกร เป็นจิตวิญญาณ เป็นพลังแห่งการปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุด ทรงชี้แนะหนทางให้กับประชาชน พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาติ ผสานให้ราชอาณาจักรไทยมีความเป็นอันหนึ่งเดียวกันทางวัฒนธรรมและสังคม ทรงวางรากฐานทั้งทางจิตวิญญาณและวัตถุเพื่อให้ชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงมีวิสัยทัศน์เรื่องการพัฒนาที่ยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทรงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงคนทุกกลุ่มในสังคม โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ภายใต้โครงการพัฒนาในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ พระองค์ท่านได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มคนยากจนและเปราะบางที่สุดได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และให้โอกาสที่จะเจริญก้าวหน้า รวมทั้งส่งเสริมการมีสังคมที่สงบสุขที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พระองค์ท่านได้นำทางในการปรับเปลี่ยนประเทศไทยจากที่เรียกว่าเป็น "ประเทศด้อยพัฒนา” ไปสู่ประเทศที่มีรายด้านปานกลางระดับบน ในปัจจุบัน
 
ท่านประธานฯ ครับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีบทบาทในกรอบสหประชาชาติเช่นกัน พระองค์ท่านเคยเสด็จฯ เยือนสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติอย่างเป็นทางการแล้วถึงสองครั้งในช่วงทศวรรษ 1960 โดยได้ทรงแบ่งปันแนวพระราชดำริเรื่องการแก้ไขประเด็นปัญหาระดับโลกต่าง ๆ กับเลขาธิการสหประชาชาติด้วย โครงการในพระราชดำริที่ทรงเป็นผู้ริเริ่ม เช่น การปลูกพืชทดแทนพืชเสพติด และการพัฒนาพื้นที่ชนบทอย่างบูรณาการ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960 ได้รับการชื่นชมจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการขจัดการผลิตยาเสพติด ซึ่งแนวพระราชดำริดังกล่าว ได้วิวัฒนาการมาเป็นแนวคิดเรื่องการพัฒนาทางเลือกซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกในเวลาต่อมา โดยมีตัวอย่างความสำเร็จในการแปรพื้นที่ปลูกฝิ่นในหลายประเทศทั่วโลกมาเป็นพื้นที่ปลูกดอกไม้ การทำหัตถกรรม ศูนย์ฝึกอาชีพ และสถานที่ท่องเที่ยว สหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ต่างยอมรับในพระราชกรณียกิจในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งมีส่วนช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พัฒนาพื้นที่ชนบท ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร และการที่ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพส่งเสริม การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเฉลิมพระเกียรติสำคัญ ๆ ได้แก่ เหรียญ Agricola ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เมื่อปี ค.ศ. 1995 รางวัล UN-HABITAT Scroll of Honour Award ปี ค.ศ. 2003 รางวัล Human development lifetime achievement award ของ United Nations Development Programme (UNDP) เมื่อปี ค.ศ. 2006 และรางวัล WIPO global leader award ปี ค.ศ. 2009 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระราชกรณียกิจด้านการวิจัยและพัฒนาดิน
 
ท่านทูตวีรชัยพูดภาษาฝรั่งเศสต่อ สหประชาชาติยังได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ เป็นวันดินโลก มาตั้งแต่ ค.ศ. 2014 พระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานร่วมกับประชาชนระดับรากหญ้า ชาวนา และชุมชน รวมทั้ง โครงการพัฒนาในพระราชดำริหลายพันโครงการทั่วประเทศ ได้สั่งสมและพัฒนาเป็น "หลักปรัชญาเศรษฐกิจ” นับเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องการใช้หลักทางสายกลาง ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน บนพื้นฐานขององค์ความรู้และคุณธรรม ในการดำเนินชีวิตและเป็นกรอบในการตัดสินใจ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการยอมรับในฐานะแนวทางที่สามารถใช้ประยุกต์เพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีผลสำเร็จจากการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั้งในภาคการเกษตร ธุรกิจ และราชการ เราจึงภาคภูมิใจยิ่งที่จะได้แบ่งปันของขวัญอันล้ำค่านี้แก่มิตรสมาชิกสหประชาชาติในอนาคตต่อไป
 
ท่านประธานฯ เรามั่นใจว่า มรดกสำคัญหลายประการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จะยังคงนำทางประเทศไทย และเพื่อนของเราในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2030 ต่อไป ในนามของประชาชนไทยและรัฐบาลไทย ผมขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจและประทับใจอย่างที่สุดสำหรับการถวายคำไว้อาลัยในห้วงเวลาของความโศกเศร้าที่สุดของเรา ขอบคุณครับ
 
 
 
โดย สำนักข่า กรมประชาสัมพันธ์
 
 
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์