ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน
เว็บไซต์ภาษาไทย เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ
รอบรู้อาเซียน >> มาเลเซีย (Malaysia)
ระบบราชการของมาเลเซียภายใต้การปกครองของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2500)

7 ตุลาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1336)

ระบบข้าราชการพลเรือนมาเลเซีย รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อ ข้าราชการพลเรือนมลายู (Malayan Civil Service: MCS) ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาทางสังคมของประเทศการบริการสาธารณะในประเทศมาเลเซียนี้มีบันทึกที่น่าสนใจ ซึ่งถูกตีกรอบโดยประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศและสถาบันทางสังคมและการเมืองในช่วงก่อนจะเป็นเอกราชอังกฤษได้นำโครงสร้างและการปฏิบัติที่จะช่วยให้การบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ แก่ประชาชน เพื่อรักษากฎหมายและระเบียบที่สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมืองโครงสร้างและการปฏิบัติเหล่านั้นเป็นพื้นฐานของราชการพลเรือนมลายู
 
ระบบข้าราชการพลเรือนของมาเลเซียจึงได้สืบทอดมาจากการบริการสาธารณะของอังกฤษที่มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาจากประวัติศาสตร์การบริการระบบราชการ ของมาเลเซีย เริ่มก่อตั้งเมื่อปลาย พ.ศ. 2243 (ค.ศ. 1700) โดยบริษัท อินเดียตะวันออก (The British East India Company) ได้มาที่ปีนังในช่วงเวลานั้น และมีการดึงดูดนักวิชาการที่ดีที่สุดและฉลาดที่สุดจากประเทศอังกฤษเพื่อแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
 
จากรายงานนอร์ธโคต-เทรเวลยาน (The Northcote-Trevelyan Report) ใน พ.ศ. 2388 ได้มีการวางลักษณะของการบริการสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่า
 
1. ข้าราชการพลเรือนที่เป็นกลางทางการเมือง หมายถึง ความจงรักภักดี ที่สมบูรณ์ต่อรัฐบาล โดยไม่คำนึงถึงมุมมองทางการเมือง
2. การบริการสาธารณะระดับสูง ควรมีความเป็นธรรมและคำแนะนำที่เหมาะสม ทุ่มเทให้กับผลประโยชน์ของประชาชน และเชื่อฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงและคณะรัฐมนตรี
3. บริการสาธารณะควรให้ความมั่นคงอย่างต่อเนื่องเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ต่อมาได้มีการจัดรูปแบบโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
- อาณานิคมในช่องแคบ หมายถึง ช่องแคบมะละกามีดินแดนอยู่ 3 ส่วน คือ เกาะปีนัง เกาะสิงคโปร์ และมะละกาซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู มีการจัดการปกครองด้วยระบบหน่วยบริหารการปกครอง หน่วยเดียว (Strait Settlements) รัฐบาลอังกฤษได้จัดส่งข้าหลวงใหญ่มาปกครองโดยตรง ถือว่าเป็นอาณานิคมซึ่งขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ของอังกฤษ การบริหารงานโดยมีข้าหลวง สภาบริหาร สภานิติบัญญัติ ซึ่งล้วนแต่เป็นชาวอังกฤษทั้งสิ้นที่ได้รับการแต่งตั้ง ทำหน้าที่โดยมีข้าหลวงใหญ่เป็นหัวหน้า
- ดินแดนรัฐสหพันธ์มาเลย์ (Federated Malay States) ได้แก่ ดินแดน 4 รัฐ ที่อยู่บนคาบสมุทรมลายู ได้แก่ เปรัค สลังงอร์ ปาหัง และรัฐเนกรีเซมบิลัน ซึ่งรัฐเหล่านี้อังกฤษได้ให้สุลต่านปกครองต่อไป โดยที่อังกฤษได้ส่งที่ปรึกษาด้านถิ่นที่อยู่มาประจำในแต่ละรัฐ โดยมีอำนาจเหนือสุลต่าน ที่ปรึกษาขึ้นตรงต่อข้าหลวงใหญ่ที่ประจำอยู่สิงคโปร์ และมีศูนย์ประสานงานควบคุมรูปแบบการปกครองอยู่ที่รัฐสลังงอร์
-ดินแดนที่ไม่อยู่ในสหพันธรัฐ (Unfederate Malay State) ได้แก่ ดินแดนที่เหลืออยู่บนคาบสมุทรมลายูอีก 5 รัฐ ซึ่ง 4 รัฐได้เคยอยู่ กับอาณาจักรสยามมาก่อน และได้ตกเป็นของอังกฤษเพื่อแลกกับ ความเป็นเอกราชของไทย ได้แก่ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ส่วนหนึ่ง รัฐที่เหลือ คือ ยะโฮร์ โดยอังกฤษได้ให้สุลต่านปกครองต่อไป แต่ให้ที่ปรึกษาควบคุมดูแลอยู่อีกที่หนึ่ง จะปล่อยให้มีอิสระในการปกครอง ค่อนข้างสูงกว่าการปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐ
 
โครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นการตั้งรูปแบบของข้าราชการพลเรือนมลายู ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้รับเอกราช ในขณะที่ปลาย พ.ศ. 2343 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็นแบบที่เรียกว่าข้าราชการพลเรือน สหพันธรัฐมลายู (Federated Malay States Civil Service: FMS) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ให้อำนาจบริหารส่วนกลางในการสรรหาและแต่งตั้งและนำไปใช้กับรัฐต่างๆ ของมาเลย์ด้วย การรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางนี้ ขั้นตอนการสรรหาได้รับการปรับปรุงให้มีความน่าสนใจ และดึงดูดผู้สมัคร ที่มีคุณสมบัติเข้ามาในองค์การ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพของข้าราชการพลเรือน
 
ข้าราชการพลเรือนสหพันธรัฐมลายู (Federated Malay States Civil Service: FMS) ได้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนและขยายตัว เพื่อสร้างระบบราชการในสังกัดภายใต้ชื่อ การบริการทางการปกครองของมาเลย์ (Malay Administrative Service) โดยปี พ.ศ. 2446 ข้าราชการพลเรือน มีชาวมลายูถึง 332 คน จากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 6,607 คน ในการให้บริการของภาครัฐ นาย ราชาชูลัน บี อับดุลลา (Raja Chulan b. Raja Abdullah) ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าร่วมการบริหารราชการของภาครัฐในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งในเมืองเปรัค (Perak) กลายมาเป็นเจ้าหน้าที่มาเลย์ท้องถิ่นคนแรกในเมืองเปรัค (Perak) ตอนเหนือ จากการรับตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นการยับยั้งการควบคุม จากชาวยุโรปในการบริการราชการแผ่นดิน ภายใต้การขยายตัวของระบบข้าราชการพลเรือนสหพันธรัฐมลายู (Federated Malay States Civil Service: FMS) และการบริการทางการปกครองของมาเลย์ (Malay Administrative Service) รวมทั้งการปฏิรูปด้านการปกครอง ต่างๆ จำนวนมากถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับและปรับปรุงการบริการ ในกลุ่มอื่นๆ ของคณะกรรมการเตรียมการจัดวาระการประชุมและ เงินเดือนของคณะทำงาน อีกทั้งการจำแนกคณะกรรมาธิการบัคนิล (Bucknill Commissions) เพื่อกำหนดและปรับหลักการให้บริการ
 
ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการจ่ายค่าตอบแทน การลาออก บำเหน็จบำนาญ และเงื่อนไขอื่นๆ ของการให้บริการ เมื่ออังกฤษได้ออกจากแหลมมลายู ระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2484 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบ ที่สำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินมาเลเซีย ด้วยความกล้าหาญ ของเจ้าหน้าที่มลายูทั้ง 85 คน ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหาร ระบบราชการของประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งบริหารจัดการประเทศ ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นเอกราชของประเทศ
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.




กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02-618-2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02-618-2372 E-mail:  aseanthai.th@hotmail.com



จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์