หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผู้นำอาเซียนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ประเทศนอกภูมิภาค รับความท้าทายด้านต่างๆ

7 กันยายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1328)

(6 ก.ย.59) เวลา 15.30 น. ภายหลังการเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 (Plenary) ณ ห้องประชุม 2 ศูนย์ประชุม NCC เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกอาเซียนตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางในอนาคตของประชาคมอาเซียน โดยในที่ประชุมมีการรับรองเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ 3 และ 2) แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ประธานประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่งมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นปีแรกที่ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หลังรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และแผนงานประชาคม ค.ศ. 2016-2025 ของสามเสาหลักของอาเซียนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยไทยเห็นว่าอาเซียนควรเร่ง "เปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม” โดยเร็วเพื่อความเป็นเอกภาพและมั่นคงของประชาชนอาเซียน โดยการสร้างความสมดุลเพื่อนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 3 ด้าน
 
ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเสนอให้อาเซียนรักษาความสมดุลระหว่างการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนได้รับการดูแลและใช้ประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างทั่งถึงและเท่าเทียม มีการใช้นวัตกรรม ปัจจุบันไทยมีนโยบาย 4.0 ที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมวิสาหกิจเกิดใหม่ (Start-Ups) การเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) 5 สาขา โดยที่ยังคงให้การดูแลอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) รวมทั้ง ต้องให้ความสำคัญในเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกรรมที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การแก้ไขปัญหาหมอกควัน และการรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
 
โดยในการประชุมสุดอาเซียนครั้งนี้ ไทยพร้อมจะร่วมรับรองแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ 3 (ค.ศ. 2016-2020) และไทยจะปฏิบัติหน้าที่ผู้ประสานงานอาเซียนเรื่องการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 อย่างแข็งขัน เพื่อช่วยให้อาเซียนดำเนินการตามวาระที่สำคัญทั้งสองไปพร้อม ๆ กัน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน
 
ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไทยเสนอการพัฒนาศักยภาพของคนทุกวัยอย่างมีความสมดุล ทั้งเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่ 4 ด้วยการให้การศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพจากรัฐ ขณะเดียวกันต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและคงความมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งในครั้งนี้ไทยได้เสนอแถลงการณ์อาเซียนบวกสามว่าด้วย "สูงวัยอย่างมีศักยภาพ” เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคนี้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้นที่จะรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและเพื่อให้ผู้สูงอายุในภูมิภาคมีส่วนร่วมในการสร้างประชาคมอาเซียน
 
ด้านความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความเชื่อมโยงและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอาเซียนควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพภายในภูมิภาค เพื่อให้การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนเป็นอย่างราบรื่นทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้อาเซียนเร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงใน 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน นวัตกรรมดิจิทัล โลจิสติกส์ไร้รอยต่อ ความเป็นเลิศด้านกฎระเบียบ และการเคลื่อนย้ายประชาชน สำหรับไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน และส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่องของไทยในประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะ 1+1 เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
สำหรับการรับมือกับสิ่งท้าทายและผลกระทบเชิงลบจากความเชื่อมโยง เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ อาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่ ปัญหายาเสพติด การเคลื่อนไหวที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง อาเซียนจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการป้องกัน สกัดกั้น และระงับยับยั้งการกระทำผิดกฎหมาย ในการบริหารจัดการชายแดนและการรับมือกับภัยคุกคามแบบเก่าและใหม่ ซึ่งในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาบัตรผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดระบบการผ่านแดนของประชาคมอาเซียนที่มีประสิทธิภาพและประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข่าวกรองเป็นมาตรฐานเดียวกัน
 
นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า แม้อาเซียนจะเผชิญกับสิ่งท้าทายในรูปแบบต่างๆ แต่อาเซียนจะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน เพื่อให้ประชาคมอาเซียนพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มีประชาชนเป็นศูนย์รวม โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
 
ภายหลังการประชุม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในการตอบโต้ภัยพิบัติทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค (One ASEAN, One Response) และการประกาศแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. ๒๐๒๕ และแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน
 
 
 
ข้อมูล www.thaigov.go.th
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์