หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ RCEP ครั้งที่ 4

8 สิงหาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2014)
 

                             

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางอภิรดี ตันตราภรณ์) ได้ร่วมประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic PartnershipMinisterial Meeting) ครั้งที่ 4 ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ RCEP ครั้งที่ 4 ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจาอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดียออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ว่า ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมความคืบหน้าของการเจรจา RCEP ซึ่งจะมุ่งไปสู่การเปิดเสรีอย่างรอบด้าน และได้เน้นย้ำเจตนารมณ์ที่จะสรุปสาระสำคัญของความตกลง RCEP ภายในสิ้นปี 2559 โดยมุ่งหมายให้เป็นความตกลงที่มีคุณภาพสูง ครอบคลุมการเปิดเสรีอย่างมีนัยสำคัญทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีได้กำชับให้คณะเจรจาของประเทศสมาชิกพยายามเจรจาด้วยความยืดหยุ่นเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกฝ่าย ภายในการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า RCEP ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 19 สิงหาคมนี้
 
ทั้งนี้ RCEP ไม่ใช่สัญญาการค้าเสรีฉบับแรกที่ประเทศเหล่านี้จัดทำระหว่างกัน แต่ RCEP เกิดขึ้นในขณะที่อาเซียนได้มีความตกลงเปิดเสรีการค้าแบบแยกฉบับกับประเทศจีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งให้สิทธิประโยชน์และกฎกติกาที่แตกต่างกันทำให้ยุ่งยากต่อผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีโดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น RCEP จะช่วยปรับประสานกฎกติกาให้สอดคล้องกันทำให้เข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้เจรจาเปิดเสรีในสินค้าที่ไทยยังถูกประเทศสมาชิกกีดกันด้วยภาษีนำเข้า อาทิ น้ำตาล มันสำปะหลัง อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และปิโตรเคมี
 
นางอภิรดี กล่าวว่า ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง และกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศผู้ซื้อรายสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ การเจรจาเปิดตลาดการค้าภายใต้ RCEP จะมีนัยสำคัญต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมและภาคบริการของไทยอย่างมาก เพราะ RCEP เป็นตลาดขนาดใหญ่เนื่องด้วยเป็นภูมิภาคที่มี GDP รวมกันกว่า 22.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 29 ของ GDP โลก และรองรับการส่งออกของไทยกว่าร้อยละ 55 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รวมทั้งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นจากการที่มีจำนวนประชากรที่มีรายได้ปานกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
 
ในปี 2558 ไทยมีมูลค่าการค้ากับประเทศสมาชิก RCEP รวม 2.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 57 ของการค้ารวมทั้งหมดของไทยโดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังภูมิภาค RCEP เช่น รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น
 
 
 
ที่มา  :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์