หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
กาแฟ : สินค้าอ่อนไหวของอาเซียนแต่มีความสำคัญระดับโลก

26 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 3709)
 
โดย  สุเนตรตรา  จันทบุรี
 
 
           
 
กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าการค้าสูงมากของโลก และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของหลายประเทศในอาเซียนรวมทั้งประเทศไทย และแม้ว่าอาเซียนจะมีการลดภาษีนำเข้าให้เหลือศูนย์ในสินค้าส่วนใหญ่ของอาเซียนตั้งแต่ปี 2553 แล้วก็ตาม แต่ในหลายประเทศ คือ บรูไน มาเลเซีย รวมทั้งประเทศไทย ได้จัดให้กาแฟเป็นสินค้าในรายการสินค้าอ่อนไหว (Sensitive List) ที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ๆ โดยกำหนดให้ลดภาษีนำเข้าในปี 2553 มาอยู่ที่ร้อยละ 5 และจะลดลงเป็นศูนย์ในปี 2558 ส่วนเมียนมาซึ่งจัดให้กาแฟเป็นสินค้าในรายการสินค้าอ่อนไหวเช่นกัน แต่เป็นกลุ่มในประเทศ CLMV จึงได้สิทธิพิเศษให้เริ่มลดภาษีตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป
 
แหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญอันดับ 1 ของอาเซียนคือเวียดนาม อันดับ 2 คือ อินโดนีเซีย โดยเวียดนามเป็นผู้ผลิตกาแฟอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล และเป็นผู้ผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสตาอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย สำหรับเวียดนามมีผลผลิตกาแฟปี 2556/57 ประมาณ 1.74 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.18 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.43 และมีนโยบายของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับการผลิตและการค้ากาแฟอย่างมาก โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2563 เวียดนามจะก้าวไปสู่อุตสาหกรรมกาแฟอย่างเต็มตัวและเพิ่มปริมาณการผลิตกาแฟอย่างยั่งยืน 
 

อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ของอาเซียนและเป็นอันดับ 3 ของโลก มีผลผลิตในปี 2556/57 ประมาณ 0.57 ล้านตัน ส่วนประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของอาเซียนและเป็นอันดับ 19 ของโลก ผลผลิตในปี 2556/57 มีประมาณ 0.051 ล้านตัน
 
การส่งออกประเทศที่ส่งออกมากที่สุดในโลก ได้แก่ บราซิล อันดับ 2 คือเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟรายใหญ่ที่สุดของอาเซียนด้วย รองลงมาคือลาวและอินโดนีเซีย
 
สำหรับประเทศไทยในปี 2558 มีการส่งออกกาแฟดิบที่ยังไม่ได้คั่วประมาณ 450 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 12.65 คิดเป็นมูลค่า 78.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.33 ส่วนการส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยในแต่ละปียังมีปริมาณและมูลค่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนอย่างเวียดนาม คือในปี 2558 มีการส่งออกกาแฟคั่วรวมทั้งที่บดแล้วปริมาณ 177 ตัน มูลค่า 45.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 5.49 แต่ถ้าดูจากมูลค่าการส่งออกแล้วพบว่าลดลงเล็กน้อยร้อยละ -0.99 ส่วนกาแฟสำเร็จรูปมีการส่งออกมูลค่าสูงถึง 1,007.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 17.2 ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกหลักของกาแฟสำเร็จรูปของอาเซียน โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญคือในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ได้แก่ เมียนมา เวียดนามและกัมพูชา
 
อย่างไรก็ตาม กาแฟถือเป็นสินค้าอ่อนไหวของไทยซึ่งภายใต้กรอบความตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ในปี 2558 จะมีผลให้ภาษีนำเข้าต้องลดลงเหลือศูนย์แล้ว จึงคาดว่าจะมีสินค้ากาแฟเข้ามาตีตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้ ดังนั้น ทั้งภาครัฐและเกษตรกรจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีดังกล่าวด้วย



ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์