หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) ในอาเซียน

26 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 3542)
 
โดย  ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
 
        
           
 
วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ถือได้ว่าเป็นภาคส่วนธุรกิจหลักและมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้งนี้ ธุรกิจร้อยละ 96 ของกลุ่มอาเซียนเป็น SMEs ทำให้การจ้างงานในภาคนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 - 95 ของการจ้างงานทั้งหมดในอาเซียน (ASEANSEC, 2010) ด้วยความสำคัญของภาคธุรกิจนี้ กลุ่มอาเซียนจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง โดยแผนการพัฒนา SMEs ในภูมิภาคอาเซียนล่าสุดคือ แผนปฏิบัติการ ASEAN Strategic Action Plan for SME Development 2016-2025 (ASEANSEC, 2015) ได้มีการวางมาตรการและโครงการที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องดำเนินการเพื่อส่งเสริม SMEs ใน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
 
(1) การเพิ่มผลิตภาพการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
(2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุน
(3) การสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดและความเป็นสากล
(4) การพัฒนานโยบายการส่งเสริมและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(5) การส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
 
หากพิจารณาสถานการณ์ของ SMEs ในกลุ่มประเทศอาเซียนจากรายงาน SME Policy Index โดย Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ERIA, 2014) พบว่า SMEs ในแต่ละประเทศ มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไปและมีความต้องการการพัฒนาในการที่จะเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานและการพัฒนา SMEs ภายในประเทศที่แตกต่างกัน โดยภาพรวมพบว่า ภายในกลุ่มประเทศอาเซียนเองยังคงมีช่องว่างของระดับการพัฒนา SMEs ของกลุ่มประเทศ ASEAN-6 (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และบรูไน) และกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) อยู่ค่อนข้างมาก
 
โดยจุดด้อยของการส่งเสริม SMEs ในประเทศในกลุ่ม CLMV คือ การขาดกรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถของหน่วยงานหลักในการสร้างกลยุทธ์การพัฒนาทุนและทรัพยากรมนุษย์ การขาดกลไก ในการเอื้อให้ SMEs เปลี่ยนจากการอยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบมาสู่ภาคเศรษฐกิจที่เป็นทางการ รวมไปถึงขั้นตอนการลงทะเบียนทางธุรกิจ กระบวนการเริ่มต้นในการดำเนินธุรกิจของ SMEs เป็นต้น ขณะที่ประเทศในกลุ่ม ASEAN-6 นั้น จุดเด่น คือ การมีกรอบกฎหมาย กรอบการทำงานของหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ แผนการพัฒนา SMEs อย่างชัดเจน การมีระบบการทบทวนการใช้กรอบ การออกกฎหมายและข้อบังคับใหม่เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ SMEs ในประเทศอย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง การมีบริการสนับสนุนการลงทะเบียนออนไลน์ ศูนย์กลางการบริการให้การสนับสนุน SMEs อย่างครบวงจร รวมถึงมีความหลากหลายในแง่การสนับสนุนทางด้านเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ เป็นต้น
 
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอาเซียนเองก็ได้ตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ โดยผลจากการประชุมคณะทำงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน (ASEAN SME Agencies Working Group: ASEAN SMEWG) ครั้งที่ 36 ที่ประเทศไทย ในปี 2015 ที่ผ่านมานั้น (กรมอาเซียน, 2016) ได้มีการกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นต่าง ๆ ที่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอ เช่น สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ABAC) ได้มีการเสนอให้มีการจัดตั้ง SMEs Growth Bank เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ภาคเอกชนไทยซึ่งได้มีการเสนอให้ส่งเสริมไทยเป็น Digital Service Hub เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs ไทยกับภายในภูมิภาค เป็นต้น
 
 
 
อ้างอิง :
- ASEANSEC (2010), ASEAN Strategic Action Plan for SME Development (2010-2015), (http://www.asean.org/storage/images/archive/SME/SPOA-SME.pdf)
- ASEANSEC (2015), ASEAN Strategic Action Plan for SME Development (2016-2025), (http://asean.org/?static_post=asean-strategic-action-plan-for-sme-development-2016-2025-2)
- Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ERIA). (2014), ASEAN SME Policy Index 2014, Jakarta: ERIA
- กรมอาเซียน (2016), ผลการประชุมที่เกี่ยวข้อง : การประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 36, (http://www.mfa.go.th/asean/th/news/)
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์