หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ดัชนีโอกาสการลงทุนของประเทศในอาเซียน

12 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2257)
 
โดย  ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
             
 
ประเทศในกลุ่มอาเซียนถือเป็นแหล่งลงทุนที่น่าจับตามองของโลกในปัจจุบัน ผลจากการจัดอันดับการลงทุนจากต่างประเทศของประเทศทั่วโลก โดย The Milken Institute ซึ่งได้จัดทำดัชนีโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ (Opportunity Index) ซึ่งเป็นดัชนีที่แสดงถึงโอกาสในการลงทุนในประเทศนั้น ๆ โดยนอกจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจซึ่งมีผลต่อการดึงดูดการลงทุนแล้ว ดัชนีนี้ได้มีการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางธุรกิจ กฎหมาย กฎระเบียบและนโยบายของภาครัฐที่ได้ใช้ในการสนับสนุนและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การแปลค่าดัชนีนั้นจึงสะท้อนถึงคะแนนของแต่ละประเทศที่ได้รับ โดยคะแนนยิ่งสูงก็จะแสดงถึงการไหลเข้าของการลงทุนที่สูงตามไปด้วย โดยดัชนีนี้เป็นตัวช่วยให้ทั้งนักลงทุนต่างประเทศและรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ได้ตระหนักถึงความมีประสิทธิภาพของนโยบาย ตลอดจนโอกาสการลงทุน ทั้งนี้ ได้มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีโอกาสการลงทุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศต่อหัว (Foreign Direct Investment Per Capita) ว่า การเพิ่มขึ้น 1 หน่วยดัชนีมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของการลงทุนถึงร้อยละ 42
 
โดยผลรายงานการจัดอันดับล่าสุดในปี 2015จากรายงาน Global Opportunity Index: Attracting Foreign Investment เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า หนึ่งประเทศในอาเซียนคือสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 1 จากจำนวน 136 ประเทศทั่วโลก โดยการจัดอันดับเป็นการพิจารณาปัจจัยใน 4 หมวดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ประกอบไปด้วย ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Economic Fundamentals) ความง่ายในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) คุณภาพของกฎระเบียบ (Quality Of Regulation) และหลักนิติธรรม (Rule Of Law) โดยสิงคโปร์ยังได้อันดับ 1 ในปัจจัยด้านความง่ายในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ขณะที่อีก 3 ปัจจัยแม้จะไม่ได้อันดับ 1 แต่สิงคโปร์ก็อยู่ใน 3 อันดับแรก จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่า ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจโลก สถานการณ์วิกฤติการณ์ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรก็ตาม มูลค่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าสิงคโปร์ยังคงมีความต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
 
ทั้งนี้ หากพิจารณาประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน นอกเหนือจากสิงคโปร์แล้ว ยังมีอีก 2 ประเทศ ที่มีผลงานอยู่ใน 50 อันดับแรก คือ มาเลเซีย ได้อันดับ 10 ซึ่งมาเลเซียก็ถือว่ามีการปรับมาสู่อันดับที่สูงมาก โดยมาเลเซียนั้น ได้คะแนนสูงในด้านหลักนิติธรรม ตามมาด้วยไทยได้อันดับ 44 บรูไนอันดับ 72 และอินโดนีเซียอันดับ 79 โดยในรายงานได้กล่าวถึงอินโดนีเซียไว้ว่า หากอินโดนีเซียต้องการที่จะสร้างแรงดึงดูดในการลงทุนมากขึ้นกว่านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียควรที่จะเน้นการปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ
 
สำหรับประเทศไทยหากต้องการทำให้ดัชนีการลงทุนอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นจำเป็นต้องปรับปรุงในด้านคุณภาพของกฎระเบียบให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากไทยได้คะแนนในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย นอกจากนั้นแล้วมีเพียง 2 ประเทศในกลุ่ม CLMV ที่เข้าร่วมจัดอันดับ ได้แก่ เวียดนามอันดับ 86 และกัมพูชาอันดับ 112 ตามลำดับ (ดังแสดงผลในตาราง)
 
 
อ้างอิง : The Milken Institute(2015), Global Opportunity Index: Attracting Foreign Investment, Santa Monica: The Milken Institute
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์