หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ด่านฯสะเดา ตั้งเป้าประตูเชื่อมการค้าอาเซียน

11 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 3147)

"ด่านฯ ศุลกากรสะเดา” เป็นประตูเชื่อมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย เป็นด่านศุลกากรชายแดนที่มีการนำ เข้าส่งออกสินค้าแต่ละปีเฉลี่ยมากถึง กว่า 3 แสนล้านบาท จากมูลค่าการค้าชายแดนที่มีอยู่ ทั้งประเทศประมาณ 1 ล้านล้านบาท ยิ่งหากรวมด่านฯ สะเดากับด่านฯปาดังเบซาร์แล้ว จะยิ่งทำให้มูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่นี้สูงถึงประมาณ 4-5 แสนล้านบาท จากการเป็นเขตที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงที่สุดในประเทศไทย รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับด่านศุลกากรสะเดาในฐานะอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพสู่ด่านการค้าระดับประเทศ โดยได้ทุ่มทุนงบประมาณโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ รวมทั้งมีการคัดเลือกบุคลากรที่มาปฏิบัติหน้าที่ด่านฯ สะเดามีการคัดสรรมาโดยเฉพาะ เพื่อที่เป็นช่องทางอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้นำเข้า ส่งออกรวมทั้งผู้เดินทางท่องเที่ยว ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้ด่านฯสะเดาสามารถรองรับการให้บริการ ที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณการค้าที่นับวันจะทวีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
 
ศักยภาพของด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะเห็นว่าเป็นหนึ่งในด่านฯที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยง เศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคอาเซียน เพราะเป็นเส้นทางคมนาคมและการขนส่งเหนือ-ใต้ที่สำคัญ คือ ประเทศสิงคโปร์ ผ่านประเทศมาเลเซีย ผ่านเข้ามาประไทยที่ด่านศุลกากรสะเดา ก่อนจะทะลุไปถึงสาธารณรัฐประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
"เส้นทางการขนส่งและคมนาคมที่ว่า ไม่ใช่เฉพาะนักธุรกิจไทยเท่านั้นที่คุ้นเคยกับเส้นทางนี้ นักธุรกิจในประเทศอื่นๆต่างก็รับรู้และให้ความสนใจซึ่งหากการก่อสร้าง ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่แล้วเสร็จ จะทำให้การขนส่งสินค้าจากด้านล่างไปถึงด้านบน โดยผ่านประเทศไทยผ่านด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ โดยไม่ต้องลงเรือหรือใช้ การขนส่งทางน้ำ แต่สามารถทะลุผ่านประเทศไทยไปได้เลย”
 
ประโยชน์ที่ได้จากเส้นทางดังกล่าวนี้จะทำ ให้มีสินค้าหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย และสินค้าที่ใช้เส้นทางผ่าน ประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ผ่านช่องทางนี้จำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าเศรษฐกิจของประเทศสูงขึ้นตาม ทั้งจากการนำเข้าและส่งออกก็จะได้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ โดยมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรสะเดาสูงที่สุด สำหรับการค้าชายแดนในประเทศไทย
 
"ไม่เฉพาะการสนับสนุนการค้าชายแดนเท่านั้น แม้แต่การลงทุนในพื้นที่เองก็มีมูลค่าสูงขึ้น ฉะนั้นการก่อสร้างด่านฯสะเดาแห่งใหม่ไม่เพียงสนับสนุนการค้าชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่และของประเทศ ไปด้วย” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
นายอติสันติ์ ภูวพิพัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากรด่านศุลกากรสะเดากล่าวว่าด่านฯสะเดาคือประตูขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศไทย มูลค่าการนำเข้า ส่งออกสินค้าผ่านด่านฯสะเดา ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 26,000 ล้านบาท ล่าสุด นับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ AEC นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เศรษฐกิจการค้าในพื้นที่นี้เริ่มจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นสวนทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังตกต่ำ
 
"การก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เมื่อแล้วเสร็จ จะทำให้การบริการสะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการเป็นการสนับสนุนศักยภาพทางด้านการแข่งขันให้กับประเทศไทย เนื่องจากผู้ประกอบการมีความสะดวก มากยิ่งขึ้นในการนำเข้าส่งออกสินค้า”
 
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2559 ที่ผ่านมาทางกรมศุลกากรสะเดาและบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร ได้มีการลงนามสัญญาก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ด้วยงบประมาณ ทั้งสิ้น 2,360 ล้านบาท บนเนื้อที่ 596 ไร่แยกเป็นค่าชดเชย ที่ดิน 758 ล้านบาท เป็นงบประมาณในการก่อสร้าง 1,600 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน (แล้วเสร็จ ปี2562)
 
ปัจจุบันทางฝั่งประเทศมาเลเซียก็มีโครงการขยายด่านฯชายแดนแห่งใหม่ตรงข้ามกับด่านฯสะเดาแห่งใหม่ เช่นกัน คาดว่าในอนาคตจะมีการเจรจาระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เพื่อเปิดจุดผ่านแดนแห่งที่สอง และเชื่อมด่านฯสะเดาแห่งใหม่กับด่านฯ ของมาเลเซียที่มีการขยายดังกล่าวซึ่งจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับด่านที่แม่สาย
 
ส่วนความเปลี่ยนแปลงของการค้าชายแดนระหว่างไทย กับมาเลเซีย หลังจากเปิด AEC มาเลเซียเองมีความตื่นตัว โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวซึ่งจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ ชัดเจน ยกตัวอย่างทัวร์มอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์เดิมมีน้อยมาก แต่ในระยะหลังเริ่มมีทัวร์มอเตอร์ไซด์เดือนละไม่ต่ำ กว่า 2 ครั้งใหญ่ตั้งแต่มอเตอร์ไซด์บ้านกลุ่มเล็กๆ
 
"กลุ่มวัยรุ่นมาเลเซียจะรวมกลุ่มกัน 5-10คัน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ และเดินทางไปถึงจังหวัดกระบี่ ไปจังหวัดภูเก็ต ไปเกาะสมุย รวมถึงรถขนาดเล็กที่เข้ามาทำกิจกรรม และรถจักรยาน ซึ่งเป็นพลวัตการท่องเที่ยว เข้ามาจำนวนมาก ทวีคุณเพิ่มขึ้น” อติสันติ์กล่าว
 
ในขณะที่ด้านธุรกิจการค้าก็เริ่มเห็นโอกาสจากการเชื่อมโยง เช่น หัวลากรถบรรทุกลากตู้คอนเทนเนอร์มาจาก นิคมอุตสาหกรรมลำพูนติดกับจังหวัดเชียงใหม่ที่ปัจจุบัน จะไม่ไปที่แหลมฉบังของไทย แต่วิ่งมาผ่านด่านฯสะเดา เพื่อส่งผ่านไปยังท่าเรือสิงคโปร์และท่าเรือในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากสะดวกว่าและรวดเร็วกว่า
 
นอกจากนี้ด้านมาตรการการควบคุมกำกับและดูแลสินค้าที่มีอนุภาพในการทำลายล้างสูงตามข้อตกลงระหว่าง ประเทศ เช่น อาวุธนิวเคลียร์ ที่นับวันจะทวีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ อีกทั้งทำให้การส่งออกนำเข้าสินค้าผ่าน หรืออาวุธที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิต เช่น อาวุธปืน ฯลฯ ก็จะช่วยให้การควบคุมดูแล กำกับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเมื่อโครงการก่อสร้างด่านฯสะเดาแห่งใหม่เสร็จสมบูรณ์จะสามารถรองรับการให้ บริการที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณการค้าด่านศุลกากรสะเดาที่เคยมีมูลค่าสูงสุดในการค้าชายแดนของ ประเทศไทยยิ่งเพิ่มมูลค่าและมีความสำคัญสูงขึ้นในอนาคต
 
 
ข้อมูล กระทรวงการคลัง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์