หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
รายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศในอาเซียน

7 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2045)
 
โดย ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
                         
 
ประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศผ่านการลงทุนทางการศึกษา โดยหากพิจารณารายจ่ายด้านการศึกษาของภาครัฐจากรายงาน The Road to the ASEAN Economic Community 2015: The Challenges and Opportunities for Enterprises and their Representative Organization ของ International Labor Organization (ILO) (2014) ซึ่งได้มีการอ้างอิงข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ของแต่ละประเทศจาก UNESCO Institute for Statistics ได้รายงานรายจ่ายด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) พบว่า บางประเทศในอาเซียนมีรายจ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP อยู่ในระดับที่สูงมาก ยกตัวอย่างเช่น ไทย มาเลเซียและเวียดนาม มีรายจ่ายด้านการศึกษาสูงถึงร้อยละ 5 - 6 ของ GDP หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 - 25 ของรายจ่ายทั้งหมดของภาครัฐ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 - 3 ของ GDP ยกเว้นเมียนมาซึ่งอยู่ต่ำกว่าร้อยละ 1 ของ GDP (ดังแสดงในแผนภาพที่ 1)
 
หากพิจารณารายจ่ายด้านการศึกษาอย่างละเอียดจะพบว่า นอกจากรายจ่ายของภาครัฐแล้วยังคงมีรายจ่ายด้านการศึกษาจากภาคส่วนอื่น ๆ ในประเทศอีกด้วย เช่น ภาคธุรกิจเอกชน ภาคท้องถิ่น ภาคครัวเรือน เป็นต้น ซึ่งตรงจุดนี้ย่อมทำให้ตัวเลขรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศแต่ละประเทศโดยรวมทั้งหมดอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมาก ทั้งนี้ พบว่า ได้มีความพยายามในการประมวลรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศโดยการรวมรายจ่ายด้านการศึกษาทั้งหมดจากทุกภาคส่วนในประเทศ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของการที่ประเทศแต่ละประเทศได้มีการทุ่มเททรัพยากรเพื่อใช้ในการพัฒนาทางด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก
 
ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย ผลการศึกษาล่าสุดของรายงานโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ ระยะที่ 3 (สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.), 2558) ได้บันทึกบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาของไทยในระหว่างปี 2551 - 2556 พบว่า หากรวมทุกภาคส่วนแล้ว รายจ่ายด้านการศึกษาของไทยคิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 802,449 ล้านบาท ในปี 2556 หรือร้อยละ 6.2 ของ GDP ทั้งนี้ สามารถแบ่งแยกออกได้เป็นรายจ่ายรวมของภาครัฐทั้งส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ที่ร้อยละ 79 ขณะที่ในส่วนรายจ่ายภาคเอกชน (ประกอบด้วยภาคครัวเรือน ธุรกิจเอกชน องค์การไม่แสวงหากำไรและภาคต่างประเทศ) อยู่ร้อยละ 21 โดยแนวโน้มรายจ่ายด้านการศึกษาของไทยในส่วนของภาครัฐนั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปี ขณะที่ภาคเอกชนมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ (ดังแสดงในแผนภาพที่ 2)
 
 
รายจ่ายด้านการศึกษาของไทยส่วนใหญ่ใช้ในการลงทุนในการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2556 รายจ่ายในการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานคิดเป็นร้อยละ 64 ของรายจ่ายรวมของทุกระดับการศึกษา โดยรายจ่ายนั้นได้ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมการผลิตนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปค่าจ้างและเงินเดือนครู เงินอุดหนุนรายหัว ค่าหนังสือ เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 63 ของรายจ่ายทั้งหมด ทั้งนี้ หากพิจารณาภาพรวมแล้ว แม้ว่าไทยมีสัดส่วนรายจ่ายด้านการศึกษาที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษายังคงอยู่ในระดับต่ำ ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากความเหลื่อมล้ำในคุณภาพการจัดการศึกษาระหว่างเมืองและชนบท รวมถึงโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนที่มีฐานะยากจน เป็นต้น
 
 
อ้างอิง
· International Labor Organization (ILO) (2014), The Road to the ASEAN Economic Community 2015: The Challenges and Opportunities for Enterprises and their Representative Organization, Geneva: ILO
· สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) (2558), โครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ ระยะที่ 3, กรุงเทพ: สสค.
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์