หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาข้าราชการของเมียนมา

4 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2038)

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (UCSB) เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการหลักสูตรการฝึกอบรมขั้นพื้นฐานสำหรับข้าราชการทุกระดับในเมียนมาทั้งหมด โดยมีสถาบันฝึกอบรมที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ กำกับดูแลของ UCSB ดังนี้
 
1. สถาบันกลางของข้าราชการพลเรือน (Phaung gyi) ก่อตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) โดยจัดตั้งเป็นโรงเรียนการฝึกอบรมกลางของประชาชน (Central People’s Training School) ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน Phaung gyi, Hlegu ห่างจากย่างกุ้ง 50 ไมล์ โดยได้กำหนดเป้าหมาย ในการฝึกอบรมไว้จำนวน 3,000 ครั้งต่อปี และได้ย้ายมาอยู่ในกำกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (UCSB) ในปี พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) และยกสถานะขึ้นเป็นสถาบัน ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่บนเนื้อที่ ประมาณ 9 พันกว่าไร่ (3,951 เอเคอร์) มีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่รองรับ ผู้เข้าฟังการฝึกอบรมได้ 2,000 คน มีห้องประชุมขนาดกลาง 2 ห้อง พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย ระบบ CCTV ที่รองรับคนได้ 500 คน มีห้องเรียน ที่รองรับคนได้ 200 คนอีก 13 ห้องเรียน มีห้องคอมพิวเตอร์สำหรับ รองรับคนกว่า 100 เครื่อง มีห้องแล็บสำหรับการฝึกภาษาพร้อมอุปกรณ์ สำหรับผู้เข้าฝึกอบรมมากกว่า 80 เครื่อง ทั้งมีอุปกรณ์การช่วยสอนอีกมากมาย แผนกวิจัยมีส่วนช่วยเหลือในการฝึกอบรม การสื่อสาร มีคณะกรรมการด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีห้องสมุดที่บรรจุหนังสือ มากกว่า 50,000 เล่ม และมีหน่วยงานภายใต้การกำกับอีก 6 แผนก ดังนี้
 
(1) แผนกการบริหารการจัดการ (Management Department)
(2) แผนกเศรษฐกิจ (Economics Department)
(3) แผนกรัฐศาสตร์ (Political Science Department)
(4) แผนกสังคมศาสตร์ (Social Science Department)
(5) แผนกกฎหมาย (Law Department)
(6) แผนกวิทยาศาสตร์ทางทหาร (Military Science Depart­ment)
 
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมพัฒนาทีมงานของสถาบันเองส่งเสริม ให้ครูผู้ฝึกอบรมได้ศึกษาในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หรือ ประกาศนียบัตรเฉพาะทาง ทั้งส่งบุคลากรไปดูงานในต่างประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี จีน ฯลฯ
2. สถาบันกลางของข้าราชการพลเรือนภาคเหนือตอนบนของเมียนมา (Upper Myanmar) สถาบันนี้ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้าน Zeebingyi ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ 24 ไมล์ เปิดทำการมาตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 โดยมีห้องประชุมขนาดใหญ่ที่รองรับผู้เข้าฟัง การฝึกอบรมได้ 1,750 คน มีห้องประชุมขนาดกลางพร้อมอุปกรณ์ ทันสมัยที่รองรับคนได้ 500 คน มีห้องเรียนที่รองรับคนได้ 200 คนอีก 8 ห้องเรียน มีห้องคอมพิวเตอร์สำหรับรองรับคนอีก 60 เครื่อง มีห้องแล็บ สำหรับการฝึกภาษาและมีอุปกรณ์สำหรับผู้เข้าฝึกอบรมอีก 96 เครื่องและมีห้องสมุดที่บรรจุหนังสือมากกว่า 5,000 เล่ม ตั้งแต่เปิดทำการมาสถาบันกลางของข้าราชการพลเรือนภาคเหนือตอนบนของเมียนมานี้ ได้จัดการฝึกอบรมให้บุคลากรของเมียนมามามากกว่า 1 ล้านคนแล้ว และมีหน่วยงานภายใต้กำกับอีก 6 แผนก ดังนี้
 
(1) แผนกการบริหารการจัดการ (Management Department)
(2) แผนกเศรษฐกิจ (Economics Department)
(3) แผนกรัฐศาสตร์ (Political Science Department)
(4) แผนกสังคมศาสตร์ (Social Science Department)
(5) แผนกกฎหมาย (Law Department)
(6) แผนกวิทยาศาสตร์ทางทหาร (Military Science Depart­ment)
 
ส่วนด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาที่เป็นมากกว่าการกำหนด หลักสูตรภาคบังคับ สถาบันฯ ยังเปิดอบรมเรื่องการพัฒนาทักษะด้าน การบริหารจัดการ (Management Skill Development) ที่ควบคู่ไปกับการดูงานในต่างประเทศ เช่น มีการดูงานในประเทศไทย หรือ เรื่องการบริหารภาครัฐ (Public Administration) ไปดูงานในประเทศ เกาหลี เป็นต้น
 
นอกจากนี้ข้าราชการพลเรือนมีการเรียกร้องให้การฝึกอบรมพัฒนามีความเป็นพลวัต (Dynamic) มากขึ้น โดยให้ความสำคัญในการให้ ข้อมูลที่รวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวางแผน การตรวจสอบ และการตัดสินใจ ดังนั้นระบบสารสนเทศด้านงานบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management Information Systems: HRMIS) ซึ่งให้ความสำคัญในการใช้ระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการทรัพยากรมนุษย์สำหรับข้าราชการพลเรือนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติกาในการนำ HRMIS มาใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนที่ La Cannelle, Domaine Les Pailles และมีการเสนอให้ข้าราชการพลเรือนปรับปรุงการให้บริการ การส่งมอบ งานบริการ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้รับบริการที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยมีการนำระบบสารสนเทศด้านงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ มาลดภาระงานที่อาจไม่จำเป็นลง อันจะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการบริหารจัดการ อีกทั้งข้าราชการพลเรือนยุคใหม่ ควรมีแนวคิดให้ทุกคนในองค์การเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาองค์การ ให้บรรลุผลอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ โดยเน้นความสำคัญของ การใช้นวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และเน้นการใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาจัดการกับข้อมูลและสารสนเทศต่างๆ
 
การนำระบบเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและสารสนเทศ (Information and Communication Technology: ICT) มาใช้ในสถานที่ทำงาน จะช่วยให้บุคลากรทำงานได้ดีขึ้น และเกิดความพึงพอใจในงาน มากขึ้น ข้าราชการพลเรือนที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อหารือ เกี่ยวกับร่างข้อกำหนดของระบบและการปรึกษาหารือโครงการ HRMIS ที่พัฒนาความร่วมมือกับธนาคารโลก โดยคาดหวังว่าระบบ HRMIS จะอำนวยความสะดวกในการจัดการและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของ ทรัพยากรมนุษย์ในข้าราชการพลเรือนโดยรวม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างฐานข้อมูลร่วมกันสำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเพื่อให้กระทรวง และหน่วยงานต่างๆ ใช้เครื่องมือนี้สำหรับการจัดการร่วมกันระหว่าง หน่วยงานและการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
 
นอกจากนี้ยังมีการจัดหลักสูตรการจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐระดับ อาวุโสที่ใช้เวลาสี่สัปดาห์ ณ. สถาบันกลางของข้าราชการพลเรือน (Phaung gyi) ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (UCSB) เป็นผู้รับผิดชอบ โดยได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติและธนาคารโลกในการปรับปรุงการบริหารจัดการและความสามารถในการบริหารบุคลากรของข้าราชการพลเรือนในเมียนมา ซึ่งอยู่ในกระบวนการปฏิรูปของตนเอง ที่มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา และเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับ อาวุโสของรัฐบาลเมียนมาเปรียบดังหัวรถจักรที่เป็นผู้ผลักดันนโยบาย และวางกรอบกฎหมาย
 
 
นาย Toily Kurbanov ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศเมียนมากล่าวว่า "เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับอาวุโสเป็นผู้ที่ช่วยให้ สถาบันฯ ขับเคลื่อนงานและบุคลากรที่จะทำงาน” อีกทั้งหลักสูตร การฝึกอบรมนี้จะสะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้จัดการอาวุโสที่จะนำทีมงานและสร้างคุณค่าของสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เกิดกระบวนการ เปลี่ยนแปลงของเมียนมา ซึ่งทาง UNDP จะช่วยเมียนมาทั้งหมดด้วย การปฏิบัติที่ดีที่สุดทั่วโลกและเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เมียนมาเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างประเทศ ที่ก้าวผ่านการปฏิรูปได้แล้วมากขึ้น ซึ่งเมียนมาได้เริ่มต้นการทำงาน ในทิศทางนี้แล้วภายใต้ขั้นตอนที่สามของการปฏิรูป
 
นาย Toily Kurbanov กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า UNDP จะมีส่วนร่วมมากขึ้นและทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ทั้งจะให้ความช่วยเหลือ UCSB ในความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถโดยรวมของการส่งมอบ การฝึกอบรมสำหรับปรับปรุงการจัดการบริการสาธารณะของประชาชน นอกจากนั้น UNDP ยังช่วย UCSB ร่างนโยบายการฝึกอบรมแห่งชาติ ของรัฐบาลและกำลังการผลิต UNDP ต้องรายงานการประเมิน เพื่อให้ UCSB นำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไป หน่วยงานการฝึกอบรมจะได้รับการ ก่อตั้งขึ้นใน UCSB เพื่อช่วยปรับปรุงขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่รัฐบาล และทำงานร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติสำหรับ การส่งมอบความช่วยเหลือด้านการพัฒนา
 
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์