หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
แรงงานภาคเศรษฐกิจนอกระบบในอาเซียน

4 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2153)
 
                  
 
 
ประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่มอาเซียนเป็นประเทศที่มีระดับรายได้ต่ำจนถึงระดับรายได้ปานกลาง ทำให้พบว่า ภาคเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Sector) เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในภูมิภาค ทั้งนี้ International Labor Organization (ILO) (2016) ได้มีการประมาณการจำนวนแรงงานในภาคเศรษฐกิจ นอกระบบในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยถือว่าเป็นแรงงานกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 ของแรงงานทั้งหมดในภูมิภาค นอกจากนั้นแล้ว ภาคเศรษฐกิจนอกระบบเป็นภาคที่รองรับแรงงานที่เคลื่อนย้ายจากชนบทมาสู่เขตเมืองอันเป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงทำให้เกิดความเจริญในเขตเมืองดึงดูดประชากรย้ายเข้าสู่เขตเมืองมากยิ่งขึ้น เกิดการขยายตัวของการจ้างงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
 
หากพิจารณาแรงงานที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบในกลุ่มประเทศอาเซียน ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย จากข้อมูลการสำรวจแรงงานนอกระบบของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2015 สะท้อนให้เห็นถึงขนาดของภาคเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่มากและเป็นแหล่งรองรับแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศ โดยพบว่า จากจำนวนผู้มีงานทำ 38.3 ล้านคน มีแรงงานนอกระบบถึง 21.4 ล้านคน โดยถือเป็นร้อยละ 55.9 ของผู้มีงานทำทั้งหมดในประเทศไทย ทั้งนี้ แรงงานส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่าเท่านั้น ขณะที่ผลการสำรวจภาคเศรษฐกิจนอกระบบของ Department of Statistics Malaysia (DOSM) ประเทศมาเลเซีย ในปี 2013 พบว่า ในมาเลเซียมีการจ้างงานแรงงานนอกระบบในเขตเมืองสูงกว่าเขตชนบทมากกว่าหนึ่งเท่าตัว โดยแรงงานส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 40 - 49 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาและประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
 
นอกจากนั้นแล้ว หากพิจารณาลักษณะบริษัทที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบจากสถานการณ์ในประเทศอินโดนีเซียจากผลการศึกษาล่าสุดของ Rotenburg et al. (2015) พบว่า โดยส่วนใหญ่บริษัทที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ มีแนวโน้มในการจ่ายค่าจ้างในระดับต่ำ มีผลิตภาพในการผลิตที่ต่ำ โดยบริษัทเหล่านี้จะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองตลาดท้องถิ่นเท่านั้นและไม่มีความต้องการที่จะขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น
 
ทั้งนี้ การที่แรงงานโดยส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ ทำให้การวางแผนนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐต้องมีการคำนึงถึงเรื่องการจัดการภาคเศรษฐกิจนี้และนโยบายจำเป็นต้องเอื้อต่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจนอกระบบอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นในประเทศเวียดนาม จากการศึกษาของ OECD Development Centre (2015) พบว่า การที่ประเทศมีภาคเศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่ทำให้ประเทศประสบปัญหาการเพิ่มโอกาสในการจ้างงานและการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ โดยในปี 2012 แรงงานประมาณร้อยละ 80 ของแรงงานทั้งหมดในเวียดนามได้รับการจ้างงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ การที่ประเทศต้องการที่จะขยายและเพิ่มอัตราการเติบโตของการจ้างงาน ประเทศจึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นให้ธุรกิจที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบพยายามเข้ามาสู่ในระบบมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การลดภาษี การให้สินเชื่อในการประกอบธุรกิจ เป็นต้น
 
 
อ้างอิง
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ(2015), การสํารวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2558, กรุงเทพ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ
- Department of Statistics Malaysia (DOSM) (2013), Informal Sector Surveys, Putrajaya: DOSM
- International Labor Organization (ILO) (2016), Informal economy in Asia and the Pacific, (Accessed: 1/3/2016) http://www.ilo.org/asia/areas/informal-economy/lang--en/index.htm
- OECD Development Centre (2015), Economic Outlook for Southeast Asia, China and India 2016, OECD Development Centre
- Rothenberg, A., Burger, N., Chazali, C., Gaduh, A., Tjandraningsih, I., Radikun, R., Sutera, C. and Weilant, S. (2015), Rethinking Indonesia's Informal Sector, RAND working papers-1102
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์