หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
นโยบายการลงทุนจากต่างชาติของเมียนมา

1 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1896)

ภายหลังการปฏิรูปประเทศ
 
นับตั้งแตเมียนมาได้ริเริ่มการปฏิรูประเทศในปี พ.ศ. 2553 โดย รัฐบาลชุดใหม่ที่มิใช่รัฐบาลทหาร มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการเป็นดเสรีการค้าและการลงทุน ซึ่งถือเป็นการปูทาง ให้เมียนมาสามารถรวมตัวเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้อีกครั้งหลังจากที่ ได้ปิดประเทศมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกของเมียนมาในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
 
การปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ คือ การทบทวนปรับปรุง กฎหมายการลงทุนฉบับเดิมให้มีความทันสมัยและสอดรับกับ สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทั้งยังสอดคล้องกับแผนงานภายใต้กรอบการ ปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคม (Framework for Economic and So­cial Reform: FESR) ซึ่งเป็นแผนงานในช่วง 3 ปี (พ.ศ. 2556-2558) โดยการปฏิรูปประเทศเมียนมาด้านการลงทุน เมื่อปี พ.ศ. 2555 เมียนมาได้มีการออกกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ (Foreign Invest­ment Law: FIL) มาใช้แทนกฎหมายฉบับเดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในเมียนมา ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างการ จ้างงานภายในประเทศ อันนำไปสู่การลดความยากจน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการพิจารณาอนุมัติ โครงการลงทุนของต่างชาติ คือ คณะกรรมาธิการการลงทุนแห่งเมียนมา (Myanmar Investment Commission: MIC)
 
ตามกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ การลงทุนจากต่างชาติในเมียนมาจะสามารถทำได้ในขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น อนุญาตให้ต่างชาติ เข้ามาลงทุนได้เกือบทุกสาขา ยกเว้นในสาขาที่ระบุไว้ในรายการที่ห้าม มิให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน (Negative List) ซึ่งครอบคลุมธุรกิจที่มีผล กระทบต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี สาธารณสุข ระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น สำหรับสิทธิประโยชน์พิเศษด้านการลงทุน เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง กฎหมายการลงทุนฉบับเดิมกับฉบับใหม่พบว่า นักลงทุนต่างชาติจะได้รับ จากสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม ที่เห็นได็ชัดคือสิทธิ ประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้ในระยะเวลา 5 ปี (เมื่อเทียบกับ 3 ปี ตามกฎหมายเดิม) และยังสามารถต่ออายุได้ หากรัฐบาลเมียนมาเห็นว่าเป็นการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐ นอกจากนี้ ยังให้การยกเว้นภาษี นำเข้า เครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุที่ใช็ในการก่อสร้างกิจการ รวมถึง ภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช็ในการผลิตในช่วง 3 ปีแรกของกิจการ ส่วนสิทธิ ประโยชน์ในการเช่าซื้อที่ดิน นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าซื้อที่ดินใน ระยะเวลานานถึง 50 ปี (เมื่อเทียบกับ 30 ป๊ ตามกฎหมายเดิม) และ สามารถต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 10 ปี รวม 70 ปี (เมื่อเทียบกับ 15 ปี ตามกฎหมายเดิม รวม 45 ปี) ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในพื้นที่ ที่ยังไม่พัฒนาและห่างไกลการติดต่อคณะกรรมาธิการการลงทุนแห่ง เมียนมา (MIC) อาจพิจารณาขยายการต่ออายุการเช่าซื้อที่ดินอีก 10 ปี
 
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่มีลักษณะพิเศษของกฎหมายฉบับนี้ และนักลงทุนต่างชาติจำเป็นต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องการจ้างแรงงาน ท้องถิ่นชาวเมียนมาในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงเวลาการลงทุน กล่าว คือ อย่างน้อยร้อยละ 25 ในช่วง 2 ปีแรก เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ในปีที่ 3-4 และร้อยละ 75 ในปี 5-6 นอกจากนี้ การลงทุนจากต่างชาติใน เมียนมายังถูกกำกับดูแลตามกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปี พ.ศ. 2554 และกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายปี พ.ศ. 2554 ซึ่งปัจจุบัน เมียนมาอยู่ระหว่างพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง คือทวาย Kyauk Phue และ Thilawa ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับที่ ได้รับตามกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ และเน้นการส่งเสริมการลงทุนใน ภาคการผลิตเพื่อการส่งออก
 
นโยบายการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
กระบวนการปฏิรูปในเมียนมาเป็นไปตามขั้นตอนดังนี้ ระยะที่ 1 คือ การปฏิรูปทางการเมือง การปรองดอง การให้อิสระกับสื่อมวลชน ระยะ ที่ 2 คือ การแสดงบทบาทร่วมในสังคมอาเซียน และมีเป้าหมายในการ ก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 คือ ยุคธรรมาภิบาล (Good Governance) ซึ่งรัฐบาล เมียนมาได้ผลักดันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ (South-East Asian Games: SEA Games) ในปีที่ผ่านมา เป็น เจ้าภาพในการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ เมืองพุกาม ซึ่งเป็นการประชุมที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศมาหารือ เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานของกิจกรรม อาเซียนตลอดทั้งปี ต่อมาก็เป็นการจัดอาเซียนพาราเกมส์ พ.ศ. 2557 (ASEAN Para Games) กิจกรรมทั้งหมดเหล่านี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเมียนมามีความพร้อมมาก ด้านประสิทธิภาพและความตั้งใจ ฉะนั้นในเรื่องความพร้อมด้าน AEC สำหรับเมียนมามีการเตรียมตัวต่างๆ มากมาย ที่สำคัญที่สุด คือ การ เป็นประธานอาเซียนของเมียนมาในปี พ.ศ. 2557 นี้ เนื่องจากในปี พ.ศ. 2558 สมาชิกทั้ง 10 ประเทศในอาเซียนจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ความเป็น ประชาคมอาเซียน ฉะนั้น ผู้ที่ได้เป็นประธานอาเซียนในปีนี้จะมีความสำคัญมาก เพราะต้องเป็นผู้วางกลไกทุกอย่างเพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมในปีถัดไป อย่างไรก็ตามการได้มาเป็นประธานอาเซียนของ เมียนมานั้นถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ด้วยการเป็นประธานอาเซียน ครั้งแรกของประเทศเมียนมา ฉะนั้นความสำเร็จของการเป็นประธาน อาเซียนในครั้งนี้ จะนำพาเมียนมาไปสู่แถวหน้าของสังคมที่มีอาเซียน เป็นเสาหลัก อีกทั้งได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองที่มีนัยสำคัญอย่างมาก สำหรับเมียนมาในอนาคต เพื่อพัฒนาการทางการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคมในอนาคต ด้านสังคมของเมียนมาในปัจจุบันเปิดมากขึ้น ชาวเมียนมาในปัจจุบันเล่น Social Media ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter, line ทำให้โลกและชาวเมียนมาต่างรับรู้ความเป็นไปของกันและกันผ่าน สื่อออนไลน์ที่ไร้พรหมแดนด้วยพัฒนาการรับรู้ทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้เมียนมาพลิกบทบาทจากที่เคยถูกนานาประเทศคว่ำบาตรหรือมองข้าม กลายเป็นบุเรงนองยุคไฮเทคก็ย่อมได้
 
 
 
โดย  สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์