หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เมียนมา (Myanmar)
นโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของเมียนมา

1 กรกฎาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 3053)

นโยบายเศรษฐกิจ
 
จากเศรษฐกิจโลกยุคไร้พรหมแดน จึงทำให้เป็นแรงผลักดันให้ประเทศเมียนมาปรับการจัดการระบบเศรษฐกิจจากระบบวางแผนส่วนกลาง (Centrally-planned Economy) มาเป็นระบบตลาดเสรีและเปิดประเทศรองรับการส่งเสริมการลงทุนจากภายนอก ส่งเสริมการส่งออก การท่องเที่ยว และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคที่ทำให้ เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างทั่วถึง ซึ่งดูได้จากรายงานเศรษฐกิจสหภาพเมียนมาของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าเศรษฐกิจเมียนมาปี พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ขยายตัวมากขึ้น จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนด้านพลังงานน้ำมันและก๊าซเป็นสำคัญ รวมทั้งความพยายามการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมือง จึงส่งผลให้ประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศในการมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศ
 
จากการประเมินล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Inter­national Monetary Fund) หรือ IMF คาดว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 2555/2556 เศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 6.3 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2556/57 ขยายตัวร้อยละ 5.4 และยังขยายตัวต่อเนื่องในอีก 4 ปี งบประมาณเฉลี่ยร้อยละ 6.7 ต่อปี แนวโน้มด้านการค้าระหว่างประเทศ และการลงทุนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นสภาพแวดล้อม ทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น และมาตรการ คว่ำบาตรผ่อนคลายมากขึ้นในปี พ.ศ 2556 การประกาศกฎหมายการ ลงทุนฉบับใหม่ และกฎหมายเหมืองแร่ที่กำลังออกมา ภาคการเงินมีการ ปฏิรูประบบสถาบันการเงินเพื่อรองรับด้านเศรษฐกิจ ธนาคารกลางเมียนมาได้เปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตรามาเป็นระบบเดียว คือ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบจัดการ (Managed Float Exchange Rate) นับเป็นการปฏิรูประบบการเงินที่สำคัญของเมียนมา ส่งผลทำให้อัตราแลกเปลี่ยนทางการเดิมอยู่ที่ 6 จั๊ด/ดอลลาร์ สรอ. มาอยู่ที่ 818 จั๊ด/ดอลลาร์ สรอ. เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อค้าและนักลงทุน เนื่องจากมีอัตราใกล้เคียงอัตราตลาดมืด อีกทั้งธนาคารกลางเมียนมา ได้ผ่อนคลายให้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ 11 แห่ง สามารถรับแลก เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และอนุญาตให้ธุรกิจและบุคคลธรรมดาสามารถขออนุญาตเป็นบุคคลรับอนุญาต เพื่อเพิ่มช่องทางแลกเปลี่ยนเงินตราและเพิ่มสภาพคล่องในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศใน ระบบมากขึ้น ต่อมากระทรวงการคลังและรายได้ประกาศอนุญาตให้ธนาคารต่าง ประเทศที่มีสำนักงานตัวแทนในเมียนมาสามารถเจรจาร่วมทุนกับ ธนาคารพาณิชย์เอกชนทั้ง 11 แห่งที่ได้รับอนุญาตให้บริการธนาคารด้าน ต่างประเทศ และในจำนวนนี้มี 4 ธนาคารที่ให้บริการเงินโอนแรงงานต่าง ประเทศ ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มจะอนุญาตให้เปิดสาขาและบริการเต็ม รูปแบบ นอกจากนี้รัฐบาลเมียนมาร์ทำข้อตกลงร่วมมือกับตลาดหุ้นโตเกียว และกลุ่มหลักทรัพย์ไดวา (Tokyo Stock Exchange and Daiwa Se­curities Group) ที่จะให้ความช่วยเหลือจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะเริ่มเปิดตลาดหลักทรัพย์ภายในปี พ.ศ. 2558 ส่วนด้านการค้าระหว่าง ประเทศคาดว่า จะมีรายได้จากการส่งออกก๊าซธรรมชาติในแหล่งใหม่ที่ เริ่มส่งออกได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแนวโน้ม ขยายตัวต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปและสหรัฐอเมริกา ประกอบกับมี นักลงทุนจากต่างประเทศเดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อมองหาลู่ทางการ ลงทุนในอนาคต
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์