หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
Internet of Things: ความเป็นไปได้ของความอัจฉริยะและศักยภาพการแข่งขันของการเกษตรกรรมยุคดิจิทัล

30 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 2944)
 
โดย  จอมขวัญ ผลภาษี
 
 
Internet of Things กับความเป็นไปได้ของความอัจฉริยะและศักยภาพการแข่งขัน
ของการเกษตรกรรมยุคดิจิทัล
 
             
 
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศทั่วโลก การพัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงส่งผลต่อเนื่องสู่บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและความเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ ในด้านเกษตรกรรมยุคดิจิทัลก็เช่นกัน มีการพัฒนาของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่เรียกว่า Internet of Things (หรือ IoT) มาบูรณาการกับสภาพแวดล้อมในบริบทด้านการเกษตรได้อย่างครบวงจร ตัวอย่างเช่น ในประเทศมาเลเซีย มีการศึกษาความเป็นไปได้ของการนำเทคโนโลยี Internet of Things มาใช้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเกษตรกรรม จากโครงการที่ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
 
ทั้งนี้ โครงการสำคัญที่ก่อเกิดจากการนำเทคโนโลยี Internet of Things มาพัฒนาต่อยอดในด้านเกษตรกรรมนี้สำเร็จขึ้นได้ เนื่องมาจากประสิทธิภาพของเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่พร้อมทำให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงบริการและสินค้าผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งประเทศมาเลเซียมีหน่วยงานสำคัญคือ The Malaysian Institute of Microelectronic System (MIMOS) ได้ศึกษากรอบการพัฒนาด้านเกษตรกรรมให้บูรณาการ Internet of Things อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแผนชัดเจนในการเชื่อมโยงผู้ผลิตผลผลิตทางการเกษตร ผู้ค้า และพ่อค้าคนกลางเข้าด้วยกันเป็นระบบการค้าสินค้าทางการเกษตรด้วย Internet of Things ที่ทุกคนสามารถเข้าถึง Platform หรือช่องทางการค้าได้จากอุปกรณ์พกพาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทิศทางเดียวกัน
 
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนที่มีการนำเทคโนโลยี Internet of Things มาใช้ในการส่งเสริมด้านเกษตรกรรม โดยใช้ระบบ Remote Sensing มาช่วยในการผลิตข้าว และใช้ระบบภาพผ่านดาวเทียมตลอดจนการประมวลผลข้อมูลภาคพื้นดินเพื่อสังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการณ์ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม ซึ่งระบบ Remote Sensing ดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่สามารถแสดงให้เห็นสภาพความผิดปกติของพืชก่อนที่ความผิดปกตินั้นจะแพร่ขยายในวงกว้าง ซึ่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์กำหนดให้การพัฒนาระบบ Remote Sensing นี้เป็นวาระแห่งชาติภายใต้โครงการ Disaster Risks Exposure Assessment for Mitigation (DREAM Project) ที่รับผิดชอบโดย Department of Science and Technology (DoST) นอกจากนี้ ระบบ Remote Sensing ดังกล่าวยังสามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิ การตรวจจับและวิเคราะห์สภาพของปรากฏการณ์ El Nino เป็นต้น
 
ประเทศไทยเราพร้อมหรือยัง มีความคืบหน้าในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมการต่อยอดเพื่อใช้เทคโนโลยี Internet of Things ได้อย่างไรบ้าง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสมาชิกประชาคมอาเซียนได้ขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ มากมาย ประเทศไทยมี NECTEC (National Electronics and Computer Technology Centre) พัฒนาโครงการ Smart Farms หรือการเกษตรกรรมอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารผนวกกับเทคโนโลยีไฟฟ้ากับการเกษตรเพื่อผลิตข้าว มันสำปะหลัง ยางพาราและอ้อย โดยตั้งเป้าไว้เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลิตผลทางการเกษตรเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกรของประเทศ และพร้อมกันนี้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology – AIT) ดำเนินการโครงการพัฒนาแนวคิดห้อง Lab มีชีวิต (Living Laboratory) ขึ้นในประเทศไทยเพื่อสาธิตขีดความสามารถในการพัฒนาเครือข่ายการตรวจจับแบบไร้สาย (Wireless Sensor Networks -WSNs) ที่มุ่งให้ใช้งานกับ Internet of Things และเมื่อการพัฒนาแนวคิดดังกล่าวประสบความสำเร็จจะสามารถพัฒนาฟาร์มอัจฉริยะ เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์อัจฉริยะ (Smart Animal Farm) หรือฟาร์มพืชผลต่าง ๆ โดยระบบ Sensor ดังกล่าวจะช่วยตรวจจับและวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรหรือนักเทคโนโลยีทางการเกษตรสามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหาเช่นเดียวกับที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ อีกทั้งต่อยอดไปสู่การส่งเสริมให้เพิ่มผลผลิตได้อีกด้วย
 
ทั้งนี้ ประเทศไทยจะทำได้มากน้อยเพียงใดหรือรวดเร็วเพียงใดนั้น เป็นกุญแจสำคัญของความสามารถในการพัฒนาตนเองสู่ศักยภาพในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับอาณาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชาคมอาเซียน ก่อนที่ประเทศอื่นใดจะแย่งชิงความได้เปรียบไป ทั้งนี้ รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ได้พยายามจัดตั้งประเทศมุ่งสู่มหานครอัจฉริยะและมหานครแห่ง Internet of Things และสร้างกลยุทธ์ที่ส่งเสริมให้มีปัจจัยประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อดึงดูด Startups หรือธุรกิจริเริ่มจากสหราชอาณาจักร (United Kingdom) สู่สาธารณรัฐสิงคโปร์
 
หากเป็นอย่างที่คาดหมาย ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนต่างเล็งเห็นโอกาสความก้าวหน้าและความได้เปรียบในการแข่งขันดังกล่าว จึงต้องเร่งพัฒนาตนเองให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประกอบกับเทคโนโลยี Internet of Things อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
 
 
อ้างอิง
- Department of Science and Technology. (2015). DOST eyes rice sufficiency via remote sensing technologies. URL http://www.dost.gov.ph/index.php/knowledge-resources/news/44-2015-news/839-dost-eyes-rice-sufficiency-via-remote-sensing-technologies
- Malaysian Institute of Microelectronic System. (2016). URL http://www.mimos.my/commercialisation/agriculture/
- Tao, A.L. (2016). ASEAN countries consider IoT for smart farming. URL http://www.computerweekly.com/news/4500269831/Asean-countries-consider-IoT-for-smart-farming
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์