หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทยกับความร่วมมือประมงอาเซียน

28 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 3250)
 
โดย  สุเนตรตรา จันทบุรี
 
 
                      
 
อาเซียนมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับภูมิภาค การประมงเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งผลให้เป้าหมายนี้ประสบผลสำเร็จได้ ซึ่งในกรอบความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน และอาเซียน+3 ได้ครอบคลุมความร่วมมือในด้านประมงของอาเซียนด้วย ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านการประมงระหว่างประเทศของอาเซียนนั้นจะดำเนินการภายใต้กรอบการประชุมคณะทำงานประมงอาเซียน หรือ ASEAN Sectoral Working Group on Fisheries (ASWGFi) ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) คณะทำงานประมงอาเซียนถือเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการประมงอาเซียน โดยเฉพาะด้านวิชาการและการพัฒนาการประมงของภูมิภาค โดยโครงการพัฒนาและส่งเสริมการประมงต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Fisheries Development Centres: SEAFDEC) ในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนาการประมงของภูมิภาค (สมาชิกของ SEAFDEC มี 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และญี่ปุ่น) นอกจาก SEAFDEC แล้ว คณะทำงานประมงอาเซียนยังมีความร่วมมือด้านการประมงกับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อินเดีย เกาหลีใต้ด้วย
 
อาเซียนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสัตว์น้ำและสินค้าประมงหลักของโลก และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี 2013 อาเซียนมีผลผลิตจากภาคประมง 40 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 28.9 ล้านตัน ในปี 2009 เป็นประมงทะเล 16.26 ล้านตัน และจากประมงน้ำจืด 2.88 ล้านตัน รวม 18.4 ล้านตัน และจากการเพาะเลี้ยง 20.89ล้านตัน ยอดการผลิตสินค้าประมงของ 10 ประเทศอาเซียนรวมกันคิดเป็นร้อยละ 20.94 ของการผลิตสินค้าประมงทั้งโลก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ รองจากประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย (ยกเว้นอาเซียน) ที่มีสัดส่วนการผลิตถึงร้อยละ 52.6 ซึ่งถ้ารวมผลผลิตทั้งของภูมิภาคเอเชียและอาเซียนแล้วผลผลิตด้านการประมงจะมีมากกว่าร้อยละ 70 ของการผลิตสินค้าประมงทั้งโลก
 
             
 
ประเทศที่มีผลผลิตด้านการประมงมากที่สุดในอาเซียนคืออินโดนีเซีย โดยมีปริมาณการทำประมงทางทะเลถึงร้อยละ 35.1 ของปริมาณการจับทั้งหมดในภูมิภาค รองลงมาคือเวียดนาม ร้อยละ16.68 เมียนมา ร้อยละ 15.27 ฟิลิปปินส์ร้อยละ 13.08 ไทยร้อยละ 10.03 และมาเลเซียร้อยละ 9.12 ส่วนการประมงน้ำจืดของแต่ละประเทศพบว่า เมียนมาเป็นผู้ผลิตสินค้าประมงน้ำจืดมากที่สุด รองลงมาคือกัมพูชา อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ สำหรับการส่งออก ในปี 2013 อาเซียนส่งออกสินค้าประมงกว่า 4 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 18,530 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ รองลงมาคือ มาเลเซีย ไทยและเวียดนาม
 
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาเซียนจะเป็นแหล่งผลิตสินค้าประมงรายใหญ่ของโลก แต่ FAO คาดการณ์ว่าความต้องการสัตว์น้ำในอนาคตจะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการเปลี่ยนไปเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ผลการศึกษาโดย UNDP-FAO บ่งชี้ว่ารายได้ของชนชั้นกลางในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ภายในปี 2020 และ 6 เท่าภายในปี 2030 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 ส่งผลให้ความต้องการบริโภคสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ซึ่ง FAO คาดการณ์ว่าผลผลิตสัตว์น้ำของเอเชียจําเป็นต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในปี 2030
 
ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันอย่างจริงจังในการพัฒนาความร่วมมือด้านการประมงของอาเซียน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการทำประมงในเขตทะเลอาเซียนที่ทำให้ทรัพยากรต่าง ๆ ถูกทำลายไปมากจากการทำประมงที่ไม่ถูกวิธี และยังได้รับผลกระทบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เพื่อให้การทำประมงของอาเซียนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคตและเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับภูมิภาคและของโลกได้ตามเจตนารมณ์ของอาเซียน
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์