หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
วิสัยทัศน์บรูไน พ.ศ. 2578

22 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 6321)

บรูไนเป็นประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นอย่างมาก สะท้อนได้จากมูลค่าการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่เป็นรายได้หลักของประเทศ
 
จากข้อมูลของ U.S. Energy Information Administration (EIA) รายงานว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของบรูไน ในปี พ.ศ. 2555 มีเท่ากับ 1.1 พันล้านบาร์เรล ลดลงกว่า ร้อยละ 19 และ 39 ในช่วง 20 และ 30 ปีที่ผ่านมาตามลำดับ เมื่อพิจารณาปริมาณการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยในช่วง 10 ปีหลังสุด (พ.ศ. 2545-2554) ของบรูไนอยู่ที่ประมาณ 14,500 บาร์เรลต่อวัน จากข้อมูลดังกล่าว The Economist Newspaper คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของบรูไนจะหมดลงในอีก 15 ปีข้างหน้า ตามด้วยก๊าซธรรมชาติสำรองที่จะหมดลงใน 25 ปีข้างหน้า ดังนั้นหากบรูไนไม่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นที่ไม่ใช่พลังงาน (Non-energy-based industries and services) ขึ้นมาทดแทน ระบบเศรษฐกิจของทั้งประเทศจะต้องตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่รัฐบาลบรูไนตระหนักมาโดยตลอด
 
ดังนั้น ในช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) รัฐบาลบรูไนจึงได้ประกาศแผนพัฒนาประเทศในระยะยาวที่ชื่อว่า Wawasan Brunei 2035 หรือวิสัยทัศน์บรูไน พ.ศ. 2578 (Vision Brunei 2035)ตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมประเทศ เพื่อความเจริญอย่างยั่งยืนของบรูไนในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่พลังงาน รวมทั้งการต่อยอดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมพลังงานขั้นต้นและขั้นกลาง
 
โดยบรูไนจะให้การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐานเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งจะเน้นที่เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังเสริมสร้างความ แข็งแกร่งให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพราะธุรกิจเหล่านี้เป็นกลไกพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการจ้างงาน และการกระจายรายได้ รวมทั้งพัฒนาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีในการใช้พลังงานตามแนวคิดสถาปัตยกรรมด้านพลังงาน (Energy Architecture) เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของประเทศ ซึ่งมีคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจบรูไน (Brunei Economic Development Board-BEDB) เป็นผู้รับแนวคิดไปดำเนินการ และมีการร่วมมือกับสิงคโปร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมถลุงแร่อลูมิเนียม (Aluminum Smelting) และพัฒนาท่าเทียบเรือตู้สินค้า (Container Terminal) ที่เกาะมัวร่า (Muara Island)
 
แผนพัฒนาประเทศบรูไน (Wawasan Brunei 2035) เป็นแผนฯ ที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และจะทำ ให้บรูไนมีเศรษฐกิจที่มั่นคงด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่สมดุล และเผชิญหน้าต่อความเปลี่ยนแปลง ในเศรษฐกิจโลกได้ต่อไป โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ดังนี้
วิสัยทัศน์
ก่อนการกำหนดวิสัยทัศน์แห่งบรูไน ได้มีการสำรวจ วิเคราะห์ตามภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก โดยเฉพาะหลังจากที่จีนและเวียดนามประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี การเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของบรูไนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และหนทางหนึ่ง คือ การขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ จากการวิเคราะห์แบบ SWOT ในภาพรวมถึงศักยภาพด้านการลงทุนของบรูไนในด้านจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค มีข้อสรุปดังนี้
 
จุดแข็ง
-บรูไนเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจรัฐบาลพยายามที่จะผลักดันให้มีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมที่นอกเหนือจากน้ำมัน โดยเฉพาะภาคการค้าปลีก และการค้าส่ง การก่อสร้างและการคมนาคมขนส่ง โดยหวังว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต
-รัฐบาลบรูไนส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อจะให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยเฉพาะตามแผนพัฒนาฉบับที่ 8 เน้นการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
-ประเทศบรูไนให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน ด้วยการลดอัตราภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0-5
 
จุดอ่อน
-ขั้นตอนและกระบวนการสั่งซื้อ และการขนส่งสินค้าของบรูไนไม่ค่อยคล่องตัว โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชาวสิงคโปร์ร่วมลงทุนอยู่ด้วย การนำเข้ามักจะขึ้นอยู่กับนักธุรกิจสิงคโปร์ ซึ่งต้องมีการขนส่งผ่านทางสิงคโปร์ก่อน
-ข้อจำกัดด้านการค้าที่เคร่งครัดมากเกี่ยวกับการกำหนดข้อบังคับในการนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร ซึ่งจะต้องเป็นอาหารฮาลาลเท่านั้นโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อโค กระบือ แพะ แกะ และไก่ ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงศาสนา
 
โอกาส
-รัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานอุปกรณ์ และการหาตลาด รวมถึงการให้กู้ยืมเงินทุนเพื่อการลงทุนและงดเว้นภาษี
 
อุปสรรค
-เรือบรรทุกสินค้าไปบรูไนมีสินค้าเฉพาะเที่ยวไป แต่ไม่มีสินค้าในเที่ยวกลับ ทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
 
 
วิสัยทัศน์แห่งบรูไน
เป็นผู้นำที่ดีเยี่ยมในการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับความมั่งคั่งและความมั่นคงแห่งชาติ
 
พันธกิจ
เพิ่มประสิทธิภาพของผู้บริหาร การตัดสินใจจากรัฐบาลของสมเด็จพระราชาธิบดีในการแสวงหาความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และการกำกับดูแลที่ดีสำหรับการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของปรัชญาชาวมุสลิมมาเลย์
 
บทบาทและหน้าที่
เพื่อให้บรรลุพันธกิจ ควรดำเนินการดังนี้
- มีความเป็นมืออาชีพ และความสามารถในกระบวนการทำนโยบาย
- ความมีประสิทธิภาพของผู้นำการบริหารในทุกกระทรวงและหน่วยงาน
- การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ และการอำนวยความสะดวกระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน
- การมีข้อมูลที่มีคุณภาพ และบริการระดับมืออาชีพของสำนักนายกรัฐมนตรีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ
เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 รัฐบาลบรูไนได้ประกาศแผนพัฒนาระยะยาวออกมาเป็นฉบับแรก ซึ่งมีชื่อว่า "วิสัยทัศน์บรูไนปี พ.ศ. 2578” (Wawasan 2035-Vision Brunei 2035) เป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ โดยจะใช้ควบคู่กับแผนพัฒนาระยะสั้น 5 ปี และให้ความสำคัญกับการพัฒนา ภาคเศรษฐกิจอื่น เพื่อเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซเป็นหลักไปสู่โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันภาคพลังงานมีสัดส่วนร้อยละ 94 ของรายได้ทั้งหมดของรัฐ และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 96 ของการส่งออก ร้อยละ 74 ของการลงทุน และร้อยละ 69 ของ GDP ทั้งประเทศ
 
วิสัยทัศน์ของบรูไน
1) เน้นการหาวิธีการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพึ่งพาเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมันทดแทน ซึ่งในแผนฉบับนี้ตั้งเป้าให้บรูไนสามารถขึ้นติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศที่มี GDP ต่อหัวสูงสุดในโลกภายในปี พ.ศ. 2578 จาก ปัจจุบันบรูไนติดอันดับที่ 30 รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งกุญแจสำคัญอยู่ที่ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ
2) ให้ความสำคัญกับธุรกิจขนาดย่อม การลงทุนเกี่ยวกับการผลิตปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ และอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมทั้งรัฐบาลเตรียมจะพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
3) สนับสนุนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่พลังงานของบรูไน อาทิ เมื่อเดือนมกราคม "อัลคัว” ผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจบรูไน (Brunei Economic Development Board : BEDB) ในการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะตั้งโรงงานถลุงอะลูมิเนียมในบรูไน นอกจากนี้ยังได้ลงนาม ในบันทึกความเข้าใจอีกฉบับเพื่อพัฒนาธุรกิจรายย่อย
4) ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน เพราะแม้จะไม่สามารถยับยั้งให้แหล่งพลังงานสำรองหมดไปได้ แต่ก็อาจจะยืดเวลาให้ยาวนานออกไป โดยกระทรวงพลังงานได้ออกเตือนประชาชนให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต และเตรียมรับสถานการณ์เมื่อถึงเวลาที่น้ำมันและก๊าซหมดไปรวมถึงได้จำกัดการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 200,000 บาร์เรลต่อวัน
 
ข้อจำกัดในการบรรลุวิสัยทัศน์ของบรูไน
1) แม้ว่ารัฐบาลบรูไนจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่การปฏิบัติก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เช่น ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งแม้บรูไนจะมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่การเป็นประเทศมุสลิมแบบอนุรักษนิยมที่เข้มงวดต่อกฎระเบียบในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจส่งผลต่อความพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และอากาศแบบเมืองร้อน
2) ด้านสาธารณูปโภค แม้บรูไนจะมีเงินในการพัฒนาสาธารณูปโภคและสามารถชักชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่กลับต้องเผชิญกับการแข่งขันจากเพื่อนบ้านที่พยายามตั้งศูนย์กลางด้านการขนส่งทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียที่มีท่าเรือกลาง รวมถึงท่าเรือของสิงคโปร์
3) การจะปรับเปลี่ยนตัวเองมาเน้นธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน ยังต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงระบบภาษี รวมถึงเปลี่ยนแนวคิดของรัฐและประชาชน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมอุปสรรคจากการปกครองแบบรวมศูนย์ที่สุลต่าน ซึ่งทำให้ไม่มีแรงกดดันมากพอที่จะเร่งให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองเพื่อรองรับแนวทางในอนาคต
4) การพัฒนาเกษตรกรรม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยรัฐบาลได้ประกาศแผนการส่งเสริมการเกษตรเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2552 โดยเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเชิงนิเวศน์
 
 
 
โดย สำนักงาน ก.พ.

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์