หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การแก้ไขปัญหาหมอกควันภายใต้ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน

22 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 11329)
 
โดย  สุเนตรตรา จันทบุรี
 
            
 
ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Trans boundary Haze Pollution) คือความตกลงทางด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการลงนามในปี 2545 โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดมลพิษหมอกควันในอาเซียน ซึ่งในมาตรา 4 มีข้อบังคับทั่วไปที่ระบุให้ประเทศภาคีต้องมีการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของข้อตกลงดังกล่าว ที่สำคัญคือ
1. ร่วมมือในการพัฒนาและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและติดตามตรวจสอบมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนที่เป็นที่เป็นผลมาจากไฟบนพื้นดินและ/หรือไฟป่า และควรดำเนินการให้ลดลง ควบคุมแหล่งกำเนิดไฟ พัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบ การวิเคราะห์และระบบเตือนภัยล่วงหน้า การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสารสนเทศและจัดให้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. หากมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่ภาคี และประเทศที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากมลพิษหมอกควันข้ามแดนนั้น ขอข้อมูลหรือคำปรึกษาหารือที่เกี่ยวข้อง ประเทศภาคีต้นเหตุต้องตอบสนองอย่างทันท่วงที โดยตระหนักถึงการลดผลกระทบให้น้อยที่สุด
 
ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอาเซียนเกิดขึ้นทุก ๆ ปีและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าที่เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตราและกาลิมันตันในประเทศอินโดนีเซีย และกลายเป็นปัญหาหมอกควันที่สร้างมลพิษในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน บางส่วนของฟิลิปปินส์ และบริเวณภาคใต้ของไทย ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ในปี 2558 ที่ผ่านมานี้องค์การด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกาหรือนาซาระบุว่า ปัญหาการเผาป่าและหมอกควันพิษของอินโดนีเซียครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง ครอบคลุมหลายประเทศในอาเซียน และยังเป็นการเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอากาศเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งหากไม่วางแผนแก้ไขในระยะยาวจะส่งผลทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงยิ่งขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประเมินค่าเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นจากไฟป่าที่เกิดขึ้นประมาณ 475 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 1.225 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้ ปัญหาการเผาป่าเกิดขึ้นจากบริษัทน้ำมันปาล์มของสิงคโปร์และมาเลเซียที่เข้าไปทำไร่ปาล์มในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ในภาคเหนือของประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนมาจากเมียนมา โดยจะมีความรุนแรงมากที่สุดในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี
 
ย่างไรก็ตาม ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนกำลังได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมคณะทำงานอาเซียนเพื่อยกร่างโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน (ASEAN Haze-Free Roadmap) ขึ้น ระหว่างวันที่ 7 - 9 มีนาคม 2559 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัด มาตรการ แนวทางการดำเนินงาน และยกร่างเป็นโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน เพื่อเปลี่ยนให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคปลอดหมอกควันภายในปี 2563
 
สำหรับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนจะมีข้อตกลงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1) กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าจะให้มีจุดความร้อน (Hot spot) ไม่เกิน 50,000 จุด
2) กลุ่มประเทศอาเซียนตอนล่าง ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน กลุ่มนี้ไม่กำหนดจุดความร้อน แต่จะใช้การกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดของแต่ละประเทศ (มาเลเซีย อินโดนีเซียกำหนดไว้ไม่เกิน 150 ไทย 120 ไมโครกรัมต่อลบ.ม.)
 
ซึ่งแต่ละประเทศจะต้องมีมาตรการภายในของตนเองเพื่อควบคุมการเผาไหม้ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ตนเองกำหนดไว้ก็จะทำให้หมอกควันข้ามแดนไม่ไปกระทบประเทศอื่น และช่วยให้ปัญหามลพิษหมอกควันของอาเซียนลดลงได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ร่างโรดแมปที่จัดทำขึ้นนี้จะไม่มีบทลงโทษและการก้าวก่ายทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความร่วมมือและการช่วยเหลือกันในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศง
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์