หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทยกับการเป็นศูนย์ปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำแห่งภูมิภาคอาเซียน

22 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1774)
 
โดย สุเนตรตรา จันทบุรี
 
             
 
งานโบราณคดีใต้น้ำครั้งแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2517 ที่อ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องจากชาวประมงพบซากเรือโบราณรวมทั้งโบราณวัตถุประเภทเครื่องถ้วยสังคโลกจำนวนมากจมอยู่ในร่องน้ำลึกใกล้เกาะคราม ทำให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศชาติที่รู้ข่าวต่างพากันงมเครื่องถ้วยสังคโลกขึ้นมาขายกันอย่างเปิดเผย และมีผู้คนเข้าไปงมโบราณวัตถุกันเป็นจำนวนมากจนทำให้หลักฐานทางวิชาการและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติถูกทำลายเสียหายมากและขยายไปถึงบริเวณใกล้เกาะสีชัง และบริเวณอ่าวพัทยา
 
กรมศิลปากรจึงเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจังโดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ ในปี 2518 กรมศิลปากรยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์กส่งผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีใต้น้ำมาช่วยแนะนำการปฏิบัติงานและร่วมการปฏิบัติงานโบราณคดีใต้น้ำในประเทศไทยปี 2520 รัฐบาลไทยอนุมัติให้กรมศิลปากรจัดโครงการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นและมีศูนย์จัดการฝึกอบรมหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำระดับต่าง ๆ ต่อมายูเนสโกเห็นว่าไทยมีศักยภาพด้านโบราณคดีใต้น้ำที่ทันสมัยในภูมิภาคอาเซียน จึงให้การดูแลโครงการโดยมีรัฐบาลนอร์เวย์ให้การสนับสนุนในการจัดฝึกอบรมการดำน้ำและค้นหาโบราณวัตถุใต้ท้องทะเลจัดหาวัสดุอุปกรณ์ และการจัดตั้งศูนย์ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญามรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำ
 
ปัจจุบันกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เป็นศูนย์ปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำแห่งภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร และมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังมีบุคลากรมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนด้วย และประเทศไทยได้มีการการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ การฝึกอบรมด้านโบราณคดีใต้น้ำระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักโบราณคดีใต้น้ำและสร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานในกลุ่มประเทศภาคีสมาชิกอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 - 18 มีนาคม 2559 ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติเรื่อง "การสำรวจกู้แหล่งโบราณคดี” (Alternative Solution and Extended Frontier) ณ แหล่งเรือจมเกาะมันนอก จังหวัดระยอง โดยมีสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าร่วม และแม้ว่า สปป.ลาว จะไม่มีพื้นที่ทางทะเลแต่ก็จะได้นำความรู้เรื่องโบราณคดีใต้น้ำไปใช้กับการสำรวจโบราณคดีใต้ลำน้ำโขงได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในเรื่องของเทคนิค วิธีขุดค้นด้วยการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติจริงแก่ผู้เข้าร่วมประชุมที่มาจากกลุ่มสมาชิกประเทศอาเซียนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงาน และใช้เครื่องมือขุดค้นโบราณคดีใต้น้ำด้วยวิธีการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในด้านการจัดการหรือจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งโบราณคดีใต้น้ำให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านโบราณคดีใต้น้ำในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา วิจัย ค้นคว้าองค์ความรู้วิชาการด้านโบราณคดี และประวัติศาสตร์พาณิชย์นาวีสมัยโบราณในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายโบราณคดีใต้น้ำในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยให้องค์กรของรัฐและภาคเอกชนในระดับภูมิภาคอาเซียนได้มีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลเฝ้าระวัง แจ้งเหตุการณ์ค้นพบแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการสร้างความเข้มแข็ง ความร่วมมือในการรักษาแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคอาเซียนต่อไป
 
นอกจากนี้ ในงานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำครั้งนี้ก็ได้เกิดเรือปฏิบัติการของกองโบราณคดีใต้น้ำที่เกิดขึ้นลำแรกซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานโบราณคดีใต้น้ำทั้งของไทยและอาเซียนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์