หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียน

20 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 2923)
 
โดย  ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์
 
                                   
 
ความร่วมมือในด้านการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) เป็นหนึ่งในความร่วมมือหลักที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint) ซึ่งเป็นการแสดงถึงความตระหนักของกลุ่มประเทศอาเซียนในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในประเทศและภายในภูมิภาคให้มีความยั่งยืน ซึ่งทางอาเซียนเองก็มีกลไกการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเด่นชัด ยกตัวอย่างเช่น การจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Ministerial Meeting on the Environment: AMME) เพื่อกำหนดนโยบายและให้ความเห็นชอบต่อแผนงาน/โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อม การมีคณะทำงานอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลาย ทั้งการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Working Group on Nature Conservation and Biodiversity: AWGNCB) ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง (ASEAN Working Group on Coastal and Marine Environment: AWGCME) (สำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ, 2016) เป็นต้น
 
หากสำรวจสถานะปัจจุบันในด้านประสิทธิภาพในการจัดการสิ่งแวดล้อมของอาเซียนสามารถพิจารณาได้จากผลการจัดอันดับของดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Performance Index: EPI) ซึ่งได้มีการจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่าง Yale Center for Environmental Law and Policy, Yale Data-Driven Environmental Law and Policy, Center for International Earth Science Information Network, Samuel Family Foundation, McCall MacBain Foundation และ World Economic Forum (Hsu et al, 2016) ซึ่งดัชนีนี้เป็นดัชนีที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเทศทั่วโลก
 
ทั้งนี้ ในรายงานฉบับล่าสุดในปี 2016 ได้มีการจัดลำดับและให้คะแนนผลการดำเนินงานจากการประเมินตัวชี้วัดจำนวนมากกว่า 20 ตัว โดยเป็นการเปรียบเทียบประเทศจำนวน 178 ประเทศทั่วโลก และหากพิจารณาผลการจัดอันดับของประเทศในกลุ่มอาเซียนจะพบว่า สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับที่ 14 ซึ่งถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของการประเมิน โดยพบว่า สิงคโปร์สามารถที่จะลดระดับความเข้มข้นของคาร์บอน (Carbon intensity) ลงได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ รองลงมา ได้แก่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งได้อันดับที่ 63 และ 66 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของมาเลเซียคือ อัตราการสูญเสียป่าเขตร้อนที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเวียดนามและกัมพูชาก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งทั้งสองประเทศนี้อยู่ที่อันดับ 131 และ 146 ตามลำดับ
 
นอกจากนั้นแล้ว ปัญหาสิ่งแวดล้อมของอาเซียนที่เร่งด่วนและได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบันคือ การเกิดไฟป่าบนเกาะกาลิมันตันและเกาะสุมาตรา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหมอกควันพิษซึ่งไม่เพียงแต่ในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายและปกคลุมไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่น คือ มาเลเซียและสิงคโปร์อีกด้วย ถึงขั้นที่มีการกล่าวว่าระดับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอินโดนีเซียเพียง 2 - 3 อาทิตย์ มีปริมาณที่สูงกว่าระดับการปล่อยเยอรมนีในช่วงเวลา 1 ปี ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ได้มีการเรียกร้องให้ภาครัฐของอินโดนีเซียใช้นโยบายจัดการปัญหานี้ภายในประเทศเอง พร้อมทั้งให้ร่วมมือกับประเทศอื่นในภูมิภาคแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
 
 
 
อ้างอิง :  
- สำนักความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (2016)
- กรอบความร่วมมืออาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม. (http://oic.mnre.go.th/ewt_news.php?nid=486) · Hsu, A. et al. (2016). 2016 Environmental Performance Index. New Haven. CT: Yale University
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์