หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ : ไทยได้ประโยชน์อย่างไร

20 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 1773)
 
โดย  สุเนตรตรา จันทบุรี
 
                  
 
เมื่อวันที่ 19 - 20 พฤษภาคม 2559 นายกรัฐมนตรีของไทยและผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย ซึ่งได้เริ่มต้นความสัมพันธ์มาตั้งแต่ปี 2539 แต่ในขณะนั้นเป็นความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคงเป็นหลัก จนกระทั่งในปี 2548 จึงได้มีการลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา
 
การประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษนี้เป็นการสะท้อนถึงความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย ซึ่งนอกจากจะเอื้อประโยชน์ต่อการค้าการลงทุนของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพและความมั่งคั่งของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอีกด้วย และในการประชุมครั้งนี้ได้มีการรับรองปฏิญญาโซชิ ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของของอาเซียนและรัสเซียในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะภายหลังการจัดตั้งประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา
 
สำหรับประเทศไทยกับรัสเซียได้มีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งในปี 2560 ที่จะถึงนี้ก็จะเป็นการครบรอบความสัมพันธ์ 120 ปี ระหว่างไทยกับรัสเซีย ส่วนในการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ไทยและรัสเซียได้มีการหารือกันหลายประเด็น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจไทยและรัสเซียตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับมูลค่าการค้าให้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ภายใน 5 ปี (หรือ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งในปี 2558 การค้าของไทยกับรัสเซียมีมูลค่า 2,355.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกมูลค่า 713.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้ามีมูลค่า 1,642.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสินค้าส่งออกของไทยที่ส่งไปรัสเซียจะมีทั้งที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน อัญมณี ข้าว ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญคือ น้ำมันดิบ เหล็กและเหล็กกล้า ปุ๋ยเคมี รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ทำให้ที่ผ่านมาไทยจึงขาดดุลการค้ากับรัสเซียมาโดยตลอด เนื่องจากมูลค่าน้ำมันและอาวุธยุทโธปกรณ์มีมูลค่าสูงกว่าสินค้าเกษตรของไทยมาก
 
ดังนั้น ฝ่ายไทยจะได้ประโยชน์มากขึ้นถ้าหากรัสเซียมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวและยางพาราซึ่งเป็นพืชเกษตรที่สำคัญของไทยก็จะทำให้ดุลการค้าของไทยกับรัสเซียดีขึ้น ในขณะเดียวกันรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมชั้นนำ (G8) ก็มีศักยภาพทางด้านพลังงาน เพราะรัสเซียมีก๊าซธรรมชาติสำรองมากที่สุดในโลกและเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก และส่งออกน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งไทยก็จะได้ประโยชน์จากการลงทุนและความร่วมมือทางด้านพลังงานนี้ด้วยเช่นกัน
 
นอกจากประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ทางด้านความมั่นคงและการทหารจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในทั้ง 2 ประเทศ เพราะไทยเองก็มีความสนใจในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นเทคโนโลยีทางการทหารของรัสเซีย และที่ผ่านมาได้มีการนำเข้ามาบางส่วนแล้ว หากมีความร่วมมือกันมากขึ้นในด้านนี้ก็จะทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นทั้งไทยและรัสเซีย
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์