หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-ปาดังเบซาร์: ประตูการค้า การลงทุน สู่มาเลเซีย สิงคโปร์

16 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 6987)
 
โดย  สุเนตรตรา จันทบุรี
 
 
                            
 
 
เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ของอำเภอสะเดา (552.30 ตารางกิโลเมตร) ประกอบด้วยอำเภอสะเดา ปาดังเบซาร์ สำนักขามและสำนักแต้ว ซึ่งติดกับชายแดนมาเลเซีย ทั้งนี้ บริเวณชุมชนสำนักขาม ด่านนอก กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน การขนส่ง และการบริการ ชุมชนสะเดา-เมืองใหม่ กำหนดให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน การบริการ การบริการที่พักอาศัยในระดับดี เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนและการพัฒนาเมืองใหม่ และชุมชนปาดังเบซาร์ กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางราง
 
เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์นั้น ด่านศุลกากรสะเดามีพื้นที่อยู่ตรงข้ามกับด่านบูกิ๊ตกายูอิตัม (จังโหลน) รัฐเคดาห์ ส่วนด่านปาดังเบซาร์อยู่ตรงข้ามรัฐเปอร์ลิสของมาเลเซีย ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากเป็นด่านศุลกากรสะเดา และปาดังเบซาร์เป็นด่านส่งออกอันดับ 1 และอันดับ 2 ของไทย ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนประมาณปีละ 3.5 แสนล้านบาท และ 1.5 แสนล้านบาท ตามลำดับ เป็นด่านที่ศักยภาพในการขนส่งสินค้าทางรถไฟที่เชื่อมต่อไปมาเลเซียที่เมืองใหม่ ได้แก่ บัตเตอร์เวิร์ท (ปีนัง) อิโปห์ และกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปถึงสิงคโปร์ได้ (มาเลเซียมีโครงการพัฒนารถไฟรางคู่จากอิโปห์มาถึงปาดังเบซาร์แล้ว) ซึ่งถ้าฝั่งของประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงการขนส่งนี้ได้จะช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าของไทยได้มากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาให้สามารถเป็นประตูเชื่อมโยงมาเลเซีย-สิงคโปร์และตลาดโลกได้นั้น จำเป็นที่ภาครัฐต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและการส่งออก การนำเข้า ตลอดจนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บริเวณด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ที่มีพื้นที่คับแคบและการจราจรติดขัดทั้งในส่วนของการให้บริการรถบรรทุกสินค้า รถยนต์โดยสารและการผ่านแดนของประชาชนให้มีความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ทางฝั่งมาเลเซียได้มีอาคารจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดการท่องเที่ยวของมาเลเซียได้เป็นอย่างดี ถ้าหากในฝั่งของไทยมีการส่งเสริมให้จัดตั้งร้านค้าปลอดภาษีด้วยจะยิ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้ดีขึ้น กอรปกับภาวะเศรษฐกิจของมาเลเซียยังคงขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง (GDP ขยายตัวร้อยละ 6.0 และ 4.8 ในปี 2557 และ 2558 ตามลำดับ) สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมั่นคง ความสามารถด้านเทคโนโลยีของไทยและมาเลเซียมีความชำนาญที่ต่างกัน
 
ดังนั้น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา: สะเดา-ปาดังเบซาร์ ให้เป็นประตูการค้าการลงทุนสู่มาเลเซีย สิงคโปร์และตลาดโลก นอกจากจะกระตุ้นการค้าการลงทุนของนักลงทุนชาวไทยในการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ภาคใต้ของไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนทั้ง 2 ประเทศที่จะร่วมมือกันได้
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์