หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ความแข็งแกร่งของ e-Commerce ในประชาคมอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวที่พร้อมสู้ตลาดโลก

8 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 3044)
 
โดย จอมขวัญ  ผลภาษี
 
 
 
ความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งข้อมูล สินค้า ตลาด และลูกค้าแบบไร้พรมแดน ซึ่งส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในมือผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภคทั่วโลก ในปัจจุบันจะปรากฏธุรกิจ e-Commerce ที่แพร่หลายได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตราบเท่าที่การค้าขาย การซื้อสินค้า มีความสะดวก รวดเร็ว และสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างที่ต้องการมากที่สุด อาทิ การเลือกซื้อและชำระเงินเมื่อสินค้ามาส่ง ช่วยลดความกังวลในการกรอกข้อมูลด้านการเงินและบัตรเครดิต เป็นต้น
 
ทั้งนี้ ตัวอย่างธุรกิจ e-Commerce ชั้นนำในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Lazada ซึ่งมีการขยายธุรกิจไปสู่ e-Commerce ในหลายประเทศ แม้ว่าจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นธุรกิจออนไลน์ที่สั่นสะเทือนวงการค้าท้องถิ่นของประเทศ ตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ. 2014 Lazada บุกตลาด e-Commerce ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Vietnam) ส่งผลให้บริษัทท้องถิ่น เช่น Vatgia และ Tiki ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้งสองบริษัทมีบริษัทต่างชาติ ในที่นี้คือ Mitsui & Co และ Sumitomo Corp ของญี่ปุ่นเป็นบริษัทร่วมทุนดำเนินกิจการ และแม้แต่ Sendo ซึ่งเป็นบริษัท e-Commerce ของเวียดนามเองก็ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดของ Lazada ซึ่งสิ่งที่สะท้อนผลกระทบได้ชัดเจน ได้แก่ จำนวนผู้เข้าชม หรือ Visitors ที่เข้าเว็บไซต์ e-Commerce นั้น ๆ แม้ว่าการต่อสู้กับ Lazada ยังไม่สิ้นสุด บริษัทท้องถิ่นอย่าง Vatgia ได้สู้ด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับความนิยมกลับมาเป็นอันดับหนึ่งเหมือนก่อน โดยนาย Nguyen Ngog Diep ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Vatgia ได้กล่าวว่า เราสร้างจุดเด่นด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliances) ให้หลากหลายเพื่อให้เราแตกต่างจากเป้าหมายของ Lazada ซึ่งได้แก่เครื่องแต่งกาย (Hanai, 2016).
 
Lazada เป็นเว็บ e-Commerce โดยบริษัทจากสาธารณรัฐเยอรมันที่ชื่อ Rocket Internet ซึ่งมีบริษัทในเครือมากมาย แต่ที่เด่นชัดในตลาด e-Commerce ได้แก่ Lazada ซึ่ง Rocket Internet มีเป้าหมายหลักมุ่งมั่นเป็น "The world’s largest Internet platform outside of the United States and China.” ซึ่งหมายความถึงการเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดด้านระบบออนไลน์ทั่วโลกภายนอกสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพียงเท่านี้เป้าหมายดังกล่าวมีความท้าทายและเปิดโอกาสให้บริษัท Rocket Internet กอบโกยได้จากตลาด e-Commerce มหาศาลจากประเทศต่าง ๆ มากกว่า 110 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก และมีอายุของบริษัทไม่ถึง 10 ปี โดยเริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ. 2007 ปัจจุบันมีทีมงานพนักงานมากกว่า 30,000 คน
 
 
[1] http://asia.nikkei.com/Business/Trends/It-s-foreign-vs.-local-in-Southeast-Asia-s-e-commerce-market
 
เมื่อปี ค.ศ. 2015 มีผลสถิติจำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บ e-Commerce ของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน รายงานว่า ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) เป็นประเทศเดียวที่ Rocket Internet ไม่สามารถครองอันดับ 1 ของตลาด e-Commerce ได้ ซึ่งอันดับ 1 ที่มีผู้เข้าใช้มากที่สุดในสิงคโปร์ ได้แก่ Amazon.com ซึ่งมีผู้เข้าใช้รายเดือนเฉลี่ย 0.96 ล้านคน และอันดับ 2 ได้แก่ Giosis ซึ่งเป็น e-Commerce ท้องถิ่นของสิงคโปร์ มีผู้เข้าใช้รายเดือนเฉลี่ย 0.84 ล้านคน ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นเพียง 5 ประเทศที่มีเว็บ e-Commerce ท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ ในการแข่งขันกับ e-Commerce ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lazada, Amazon, Alibaba, Apple, และ eBay เป็นต้น
 
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีศักยภาพพร้อมแข่งขันกับ e-Commerce จากต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็น Weloveshopping.com ซึ่งมีผู้เข้าใช้งานรายเดือนเฉลี่ย 1.17 ล้านคน เป็นอันดับสองรองจาก Lazada โดย Rocket Internet ในสถิติปี ค.ศ. 2015 ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงกระแสตอบรับโดยพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้าออนไลน์ ประเทศไทยจะต้องพัฒนาต่อยอดด้วยการส่งเสริม e-Commerce ท้องถิ่น ซึ่งในปัจจุบันมีอีกหลายธุรกิจเพิ่มขึ้นในรูปแบบคล้ายกัน ซึ่งเน้นการให้บริการที่มีความคล้ายกันที่หลักการชำระเงินเมื่อรับสินค้า จะเห็นได้ว่าสิ่งนี้เป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคไทยที่ก่อให้เกิดกระแสนิยม e-Commerce เพราะไม่ต้องเสี่ยงต่อการให้ข้อมูลด้านการเงินหรือบัตรเครดิต
 
ทั้งนี้ ธุรกิจ e-Commerce จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปพร้อมกับพฤติกรรมการเข้าถึงข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมเคลื่อนที่ (Mobile device) ซึ่งมีรายงานตัวอย่างในประเทศสิงคโปร์ พบว่า ร้อยละ 55 ของชาวสิงคโปร์จำนวนมากกว่า 5.3 ล้านคน ที่มีอุปกรณ์ดังกล่าวจะสั่งซื้อสินค้าจากอุปกรณ์นั้น และมากกว่าร้อยละ 60 เป็นการสั่งซื้อข้ามพรมแดน โอกาสทองของการมีประชาคมอาเซียนจะช่วยส่งเสริมการค้าแบบ e-Commerce ข้ามพรมแดน ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศต่าง ๆ เป็นเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายธุรกิจและการขนส่งตลอดจนการเงินที่พร้อมเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการธุรกิจ e-Commerce ตามข้อตกลงของประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหากจะแข่งขันกับยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศต่างทวีป ทำให้การค้าขายออนไลน์ e-Commerce ในอาณาเขตประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีความชัดเจนถึงผลประกอบการและขนาดของตลาดในประชาคมอาเซียนที่เป็นบริบททางการค้าออนไลน์ได้อย่างเสรีบนหลักการและกฎระเบียบตามความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน ทำให้คู่แข่งระดับโลกต้องดิ้นรนในการต่อสู้กับธุรกิจท้องถิ่นภายในประชาคมอาเซียน
 
อ้างอิง : Hanai, Y. (2016). It’s foreign vs. local in Southeast Asia’s e-commerce market. Nikkei Asian Review. URL http://asia.nikkei.com/Business/Trends/It-s-foreign-vs.-local-in-Southeast-Asia-s-e-commerce-market SP e-Commerce. (2015). eCommerce in Singapore: 9 Must Knows. URL http://www.specommerce.com.s3.amazonaws.com/dl/fs/141211_fs_singapore_factsheet.pdf
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์