หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การปฏิรูปการศึกษาฯ : เปลี่ยนวิกฤติของความแตกต่างให้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

7 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 3222)
 
โดย จอมขวัญ ผลภาษี
 
 
                       
 
การปฏิรูปการศึกษาสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน
: เปลี่ยนวิกฤติของความแตกต่างให้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
 
การปฏิรูปการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบันในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่การเตรียมความพร้อมของทุนมนุษย์ (Human Capital) และทุนองค์ความรู้ (Knowledge Capital) ให้แข็งแกร่งและส่งเสริมประชากรของประเทศให้มีความสมบูรณ์ไปด้วยความรู้ความสามารถ ตลอดจนทักษะที่จำเป็นในการเข้าสู่วิชาชีพตามบริบทและความต้องการของสังคม
 
สำหรับประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีการพัฒนาการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการศึกษาภายในประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ และระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของภาคีแห่งความร่วมมือของประชาคม ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปการศึกษามุ่งในเรื่องของนวัตกรรมการศึกษาและการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการวางแผนปฏิรูปและจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถและทักษะต่าง ๆ ที่พึงประสงค์ เป็นผลิตผลของการสร้างคุณค่าของทุนมนุษย์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างแท้จริงมากที่สุด
 
ตัวอย่างเช่น ในสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) มีรายงานผลความก้าวหน้าของการปฏิรูปการศึกษา ค.ศ. 2015 [United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. (12 กุมภาพันธ์ 2559). Singapore: Education for All 2015 National Review.สืบค้นจาก http://unesdoc.unesco.org/images/0022/002298/229877E.pdf ที่ระบุถึงการที่ระบบการศึกษาของประเทศมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งเป้าหมายในการจัดการศึกษา อีกทั้งเน้นการผลักดันการสร้างคุณค่าผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งสิงคโปร์มุ่งพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วม (Every Student, an Engaged Learner) ทุกโรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ดี (Every School, a Good School) ครูทุกคนเป็นผู้ที่ใส่ใจ (Every Teacher, a Caring Educator) และผู้ปกครองเป็นผู้มีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุน (Every Parent, a Supportive Partner)
 
อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) มีรายงาน [Tullao, T., &Cabuay, C. (2015). Education and human capital development to Strengthen R&D capacity in ASEAN. Draft paper for Explicating Jakarta framework of moving ASEAN Economic Community (AEC) beyond.] ว่า ขาดแคลนการศึกษาเพื่อพัฒนาต่อยอด ในขณะที่ยังมีหน่วยงานและกลุ่มนักนวัตกรรมที่พร้อมมีส่วนต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งภาครัฐไม่มีระบบสนับสนุนนวัตกรรมอย่างเป็นทางการ ทำให้องค์กรต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มเพื่อพัฒนานวัตกรรมขึ้นเอง อาทิ กลุ่ม Filipinnovation ภายใต้ความมุ่งหวังในการพัฒนาฟิลิปปินส์สู่เศรษฐกิจแห่งองค์ความรู้ (Knowledge Economy) ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ต่อจากสิทธิบัตรที่หมดอายุ สำหรับความร่วมมืออย่างเห็นได้ชัดระหว่างภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมนั้น มหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์มีความตื่นตัวและเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนในการมุ่งสร้างสรรค์โครงการวิจัยให้เป็นโครงการความร่วมมือและสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนต่อยอดไปยังการพัฒนาด้านการบ่มเพาะธุรกิจอีกด้วย
 
อย่างไรก็ดี อีกมุมหนึ่งต้องยอมรับว่าประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีความแตกต่างกันทางบริบทและสภาพแวดล้อม เช่น สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Vietnam) มีเรื่องราวแตกต่างจากสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ในด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศแม้ว่าจะมีนวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างมากมายแบบต่อเนื่องและรวดเร็ว แต่เวียดนามยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีนวัตกรรมให้เข้าถึงผู้มีกำลังในการลงทุน หรือภาคอุตสาหกรรม และยังมีปัจจัยอีกหลายด้านที่ไม่สอดคล้องกับการรวมตัวของนวัตกรรมและองค์กรที่สามารถดำเนินการจริงให้เป็นรูปธรรมได้ เช่น การขาดแคลนหน่วยงานกลางและช่องทางในการให้ข้อมูลการขาดแคลนในเรื่องของเทคโนโลยี การขาดแคลนเงินทุน เป็นต้น เวียดนามยังต้องพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยเพื่อพัฒนา สร้างแรงจูงใจในการร่วมมือกันระหว่างภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยต่าง ๆ เพื่อสร้างกระแสหลักในการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ
 
การปฏิรูปการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศที่สามารถสะท้อนถึงความสำเร็จตามโครงการขององค์การสหประชาชาติซึ่งวิเคราะห์ดัชนีของการพัฒนามนุษย์ หรือที่เรียกว่า Human Development Index (HDI) [United Nations Development Program. (12 กุมภาพันธ์ 2559). Human Development Index (HDI).สืบค้นจาก http://hdr.undp.org/en/content/human-development-index-hdiตามภาพแสดงให้เห็นว่าค่า HDI จะได้มาจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่
(1) ความยืนยาวและสุขภาพของชีวิต ซึ่งวัดค่าได้จากดัชนีอายุคาดหวังทางสุขภาพ (Life Expectancy Index)
(2) การศึกษาหรือความรู้ ที่วัดค่าจากดัชนีทางการศึกษา และ
(3) ระดับมาตรฐานการครองชีพ ที่วัดได้จากผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (Gross National Income – GNI)

 
โดยสรุป ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมจะช่วยเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมสร้างให้การพัฒนาประเทศและทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา จึงเป็นกิจกรรมที่ควรสร้างความมีส่วนร่วมระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภาครัฐ ผู้วางนโยบายระดับชาติ ภาคการศึกษาผู้จัดการศึกษา และภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนแต่ละประเทศตกผลึกแนวคิดทั้งในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อสร้างแนวทางปฏิรูปการศึกษาของห้วงเวลานั้น ๆ ให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมทั้งภายในประเทศและขับเคลื่อนประเทศสมาชิกในประชาคมอาเซียนที่มีความแตกต่างกันของสภาพการณ์และบริบทต่าง ๆ ให้เร่งสรรพกำลัง ผ่านการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประเทศเพื่อนสมาชิก เพื่อลดช่องว่างและความแตกต่างเหล่านั้นให้สามารถพัฒนาไปพร้อม ๆ กันภายใต้ทิศทางของประชาคม เช่นนี้จึงสามารถเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาประเทศแต่ละประเทศคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งของประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์