หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
Internet of Things: ประโยชน์ที่ผู้นำองค์กรด้านการผลิตของอาเซียนจะได้รับ

3 มิถุนายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 4124)
 
โดย  จอมขวัญ  ผลภาษี
 
                       
 
ผลการสำรวจพบว่า ในปี ค.ศ. 2016 ประชาคมอาเซียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยี Internet of Things มาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ การผลิต การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการสร้าง Data Centers ซึ่งการพัฒนาดังกล่าว Frost & Sullivan ได้ประมาณการไว้ว่าตลาดของนวัตกรรมเทคโนโลยี Internet of Things มีมูลค่าสูงถึง 1.68 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยร้อยละ 35 ซึ่งจะนำไปสู่มูลค่าราว 7.53 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ศ. 2020 ทั้งนี้ ในประชาคมอาเซียนเป็นแหล่งของความเจริญเติบโตของการใช้ Internet of Things ได้อย่างสูงสุด มากยิ่งกว่าตลาดในประเทศที่ IT มีมูลค่าทางการตลาดที่สูง อย่างเช่น ญี่ปุ่น จีน อินเดียและเกาหลี อีกด้วย (Tao, 2015) เมื่อเป็นดังนี้แล้วควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งว่า Internet of Things มีความหมายอย่างไรในการทำงาน และผู้นำองค์กรด้านการผลิตของอาเซียนจะได้รับประโยชน์อย่างไรกับเทคโนโลยีนี้
 
Internet of Things ส่วนใหญ่แล้วจะหมายความถึงการดำเนินการรับและส่งข้อมูลที่สามารถเพิ่มศักยภาพของงานผ่านการทำงาน ผ่านการสื่อสารระหว่างเครื่องกลสู่เครื่องกล (Machine-to-Machine Communication–M2M) และเน้นหนักที่การสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายบน Cloud Computing เพื่อพัฒนาความปลอดภัยของข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอดจนการพัฒนา Sensors เพื่อสนองตอบคำสั่งผ่านเครือข่ายให้สามารถดำเนินการเสมือนกับมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ ณ ที่นั้นจริง ๆ ซึ่งมีการพัฒนาการใช้ Internet of Things ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลอุปกรณ์ครุภัณฑ์หรือสถานที่อย่างง่าย ๆ ไปสู่งานที่ยากยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ หรือแม้แต่การเกษตรแบบอัจฉริยะเป็นต้น (Burrus, 2014) ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ก่อเกิดจากการวิจัยต่อยอดในการพัฒนาการนำ Internet of Things มาใช้ในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน อาทิ มาเลเซียและสิงคโปร์ ที่นำ Internet of Things มาพัฒนาระบบการเกษตรอัจฉริยะแบบครบวงจร เป็นต้น
 
สำหรับด้านอุตสาหกรรม การผลิตเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญที่ผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจาก Internet of Things จะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตผ่านการสื่อสารข้อมูลด้วย Machine-to-Machine เท่านั้นแล้ว ยังสามารถช่วยประมวลผลให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพในการผลิตให้สูงขึ้นโดย ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ผู้ปฏิบัติงานอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อวางแผนและจัดการผลิตให้ตรงตามเป้าหมาย เช่น การซ่อมบำรุงเครื่องจักรมีระบบเตือนเมื่อใกล้ถึงเวลาซ่อมบำรุงหรือปรับปรุง Upgrade หรือแม้แต่การแก้ปัญหากรณีที่การผลิตมีระยะเวลาที่จำกัดและมีวัตถุดิบจำนวนหนึ่งในช่วงการผลิตหนึ่ง ๆ ทำให้ต้องติดต่อผู้จัดส่งวัตถุดิบให้ทันต่อเวลาการผลิตแต่ละช่วง และบริหารการผลิตให้ทันต่อเวลาที่จำกัดนั้น ๆ
 
ผู้นำองค์กรด้านการผลิตจะได้ประโยชน์อย่างไรจากเทคโนโลยี Internet of Things นี้ ทั้งที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบทบาทของทั้งผู้นำ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ ทั้งหมดต้องปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่นี้ ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงหลักของบทบาทของ Internet of Things ที่มีผลต่อบทบาทในงานที่จะนำ Internet of Things มาใช้งาน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์ในการควบคุมข้อมูลสำคัญขององค์กร ที่ผู้นำหรือผู้บริหารควรคุมดูแล จะต้องเปลี่ยนจากการควบคุมเป็นการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำเข้าสู่ระบบการใช้งานและการสั่งการผ่านระบบอัจฉริยะ เพื่อเปิดให้ระบบนำไปใช้งาน วิเคราะห์ วางแผนและสั่งการได้ ระบบอัจฉริยะจะทำหน้าที่ได้ในระดับเดียวกับผู้เชี่ยวชาญหรือแม้แต่ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญเดิม
 
การเปลี่ยนแปลงนี้ ตำแหน่งงานต่าง ๆ โดยเฉพาะในระดับผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร หรือแม้แต่ผู้นำ จะเปลี่ยนแปลงภาระกลายเป็นควบคุมดูแลการสั่งการของระบบมากกว่าการใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในการวิเคราะห์และตัดสินใจแบบเดิม นอกเสียจากว่าจะมีการดำเนินงานในส่วนที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญที่สำคัญจริง ๆ ที่ต้องใช้แรงงานฝีมือหรือความเชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อทำงานแบบ Manual จะเป็นงานที่ได้รับความสำคัญยิ่งขึ้น เพราะเครื่องมือหรือระบบจะไม่สามารถทำแทนได้
 
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่องานที่ผู้นำหรือผู้บริหารทำอยู่ในโรงงานผลิตสามารถเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำอยู่ เช่น การเก็บข้อมูลในแบบสะสมข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน อาจมีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระบบที่ใช้หรือแม้แต่การเก็บแบบไม่มีระบบ ขาดความเชื่อมโยงกันของข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ จะถูกจัดการเปลี่ยนแปลงไปด้วยการนำข้อมูลมาใช้เพื่อวิเคราะห์ การพยากรณ์ให้ครบวงจรการผลิต การบำรุงรักษา การลดค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการตามแผนดำเนินการภายใต้เทคโนโลยี Internet of Things หรือแม้แต่การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้รัดกุม ไม่ซ้ำซ้อน ชี้สาเหตุของปัญหาได้จากข้อมูลสนับสนุนและหาทางแก้ไขอย่างมีตรรกะด้วยข้อมูลที่มี ตลอดจนการใช้เวลาให้เหมาะสมในแต่ละขั้นตอนงาน เป็นต้น ซึ่งการยกระดับการทำงานด้วย Internet of Things นั้น อาจเริ่มต้นด้วยบางส่วนของงานและขยายต่อไปสู่ภาพรวมทั้งหมดในที่สุด
 
 
อ้างอิง : Burrus, D. (2014) The Internet of Things is far bigger than anyone realizes. URL http://www.wired.com/insights/2014/11/the-internet-of-things-bigger/ George, J. (2016). How the "Internet of Things” is interrupting manufacturing leadership.URL http://www.ddiworld.com/blog/tmi/march/the-whats-in-it-for-me-of-iot Tao, A. L. (2015). Internet of things will be one of the Asean IT highlights in 2016.URL http://www.computerweekly.com/news/4500260127/Internet-of-things-will-be-one-of-the-Asean-IT-highlights-in-2016
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์