หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การลงทุนในกลุ่มประเทศมุสลิมอาเซียน

30 พฤษภาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1937)
 
โดย  สุเนตรตรา จันทบุรี
 
 
                               
 
ในปี 2030 ADB ได้คาดการณ์ว่าอาเซียนจะมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 6.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ประชากรในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านคน และอาเซียนจะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก ซึ่งในปี 2014 อาเซียนมีจำนวนประชากร 636.51 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นประชากรในประเทศมุสลิม คือ อินโดนีเซีย มาเลเซียและบรูไนฯ ประมาณ 284 ล้านคน หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 44.6 ของประชากรอาเซียนทั้งหมด และคาดว่าจำนวนประชากรในกลุ่มประเทศมุสลิมนี้จะเพิ่มอย่างมากในปี 2030
 
นอกจากจำนวนประชากรที่มีจำนวนมากแล้ว ในกลุ่มประเทศมุสลิมของอาเซียนนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องของพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คือ อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 1 ของอาเซียน รองลงมาคือมาเลเซีย ในขณะที่บรูไนฯ เป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG อันดับ 4 ของโลก และทั้ง 3 ประเทศนี้ยังมีนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
 
- อินโดนีเซีย มุ่งเน้นการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศ การแก้ไขกฎระเบียบด้านการลงทุน การออกมาตรการภาษีเพื่อเอื้อและจูงใจนักลงทุนต่างชาติ และการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะก้าวเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 1 ใน 10 ของโลกในปี 2025
 
- มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ จนเป็นที่คาดหมายว่าเป็นประเทศที่สองของอาเซียนที่จะก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วต่อจากสิงคโปร์ โดยนโยบายเศรษฐกิจของมาเลเซียมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2020 และได้มีความพยายามดำเนินการในการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจให้มีความทันสมัย โดยมีการทบทวนข้อกำหนดในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่เป็นภาระและไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบัน
 
- ส่วนบรูไนฯ แม้จะเป็นประเทศเล็กและมีประชากรน้อย แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนสูงต่อปีสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน มีแผนพัฒนาเขตอุตสาหกรรมหลายแห่ง อาทิ Sungai Liang Industrial Park (ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางปิโตรเลียมระดับเวิร์ลคลาส) Palau Muara Besar Project (ตั้งเป้าเป็นท่าเรือน้ำลึกและเขตอุตสาหกรรมส่งออก) เป็นต้น
 
 
 
 
จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2014 มีเงินทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศมุสลิม 3 ประเทศนี้ถึงเกือบ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกลุ่มประเทศมุสลิมในอาเซียนนี้ ผู้ลงทุนต้องมีความเข้าใจในประเพณี วัฒนธรรม เข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิต หลักการของศาสนาอิสลามที่มีการปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การปฏิญาณตน การละหมาดวันละ 5 ครั้ง การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน การบริจาคซะกาดร้อยละ 2.5 ของทรัพย์สินที่เข้าเกณฑ์และครบระยะเวลา การไปประกอบพิธีฮัจญ์สักครั้งหนึ่งหากมีความสามารถ เป็นต้น ตลอดจนเข้าใจถึงหลักการของฮาลาลซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการลงทุนโดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร อีกทั้งมาตรฐานฮาลาลของมาเลเซียเคร่งครัดกว่ามาตรฐานฮาลาลของประเทศมุสลิมอื่น ๆ ซึ่งนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศมุสลิม 3 ประเทศนี้จำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบการลงทุนและทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตและการปฏิบัติของชาวมุสลิมด้วย
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์