หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดันโลจิสติกส์ รับเขต ศก.พิเศษ-บุกมาเลย์

18 พฤษภาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1753)
 
                
 
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดําเนินการตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้กรมฯ เดินหน้าสนับสนุนธุรกิจบริการทุกประเภทให้มีมาตรฐาน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่ามหาศาล และเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน สามารถกลายเป็นจุดแข็งของภาคธุรกิจไทยในสายตาของนักลงทุนนานาชาติได้ อีกทั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงธุรกิจไทยสู่ประชาคมอาเซียนที่เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน หาก "ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง" สามารถพัฒนาได้อย่างเข้มแข็งและมีมาตรฐานระดับโลก (ISO 9001) แล้ว การที่ประเทศไทยจะกลายเป็น Logistic HUB หรือศูนย์กลางด้านการขนส่งของอาเซียนก็ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศไทยจะไปไม่ถึง
 
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดําเนินโครงการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์สู่มาตรฐาน ISO 9001 อย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางการดําเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการ "บันได 3 ขั้น" คือ
1. สร้างองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจ
2. ยกระดับธุรกิจสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจและมาตรฐานสากล และ
3. สร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจสู่สากล
 
สําหรับกิจกรรมภายใต้โครงการประกอบไปด้วย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คําปรึกษาที่สถานประกอบการ พร้อมกับการศึกษาดูงานจากธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ที่ผ่านมามีธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทยที่กรมฯ ให้การสนับสนุนและผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO แล้วจํานวน 236 ราย ขณะเดียวกันในปีนี้กรมฯ มีแผนจะส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์เชิงลึกด้วยการเจาะกลุ่มให้ความรู้แบบองค์รวมแก่ผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดที่ติดชายแดนเพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสําคัญในการยกระดับและส่งเสริมธุรกิจในพื้นที่ที่มีเขตติดต่อกับประเทศในอาเซียนให้เป็น 'เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ' รวมไปถึงด่านการค้าที่มีความสําคัญทางภาคใต้ อย่างเช่น ด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ในจังหวัดสงขลาที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย โดยพื้นที่ดังกล่าวสร้างมูลค่าการค้ารวมกันสูงถึง 4 แสนล้านบาทต่อปี กรมฯ จึงเล็งเห็นความสําคัญของการเติบโตในธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในภาคใต้
 
อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นโอกาสทองของนักธุรกิจไทยที่จะพัฒนาศักยภาพธุรกิจของตนเองเพื่อเป็นช่องทางในการ ส่งออกสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ไปยังประเทศมาเลเซียที่เป็นคู่ค้าสําคัญอันดับ 1 ของไทยในตลาดอาเซียน (ปี 2558 มีมูลค่าการค้ารวม 748,877 ล้านบาท) ซึ่งกรมฯ ได้ร่วมมือกับสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ โดยส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คําปรึกษาเชิงลึกเพื่อให้สมาชิกของสมาคมฯ ยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนขยายเครือข่ายพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจให้มีความเข้มแข็งสามารถสร้างรากฐานธุรกิจให้เข้มแข็งและพร้อมที่จะออกไปสู่ตลาดในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป โดยข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2559 พบว่าปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย จํานวนทั้งสิ้น 21,491 ราย โดยเป็นผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่อยู่ในภาคใต้จํานวน 1,479 ราย และมีมูลค่าการลงทุน 19,563 ล้านบาท
 
สําหรับสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ภายใต้การบริหารของ นางรุ่งรัตน์ ชัยจีระธิกุล นายกสมาคมฯ มีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมฯ เพื่อการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับขนส่ง พร้อมด้วยสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งเจรจาทําความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุประสงค์สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศเกี่ยวกับสินค้าที่สมาชิกประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้ประโยชน์แก่การค้า การเงิน เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศ
 
นอกจากนี้ ยังทําการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุประสงค์แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการ ตลอดจนข่าวสารการค้าอันเกี่ยวกับวิสาหกิจนั้น ๆ รวมถึงขอสถิติหรือเอกสาร หรือขอทราบข้อความใด ๆ จากสมาชิกที่เกี่ยวกับการดําเนินวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ ด้วยความยินยอมของสมาชิก อีกทั้งยังส่งเสริมคุณภาพของสินค้าที่ผลิตหรือจําหน่ายโดยผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็นสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงวิธีการผลิตและการค้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ตลอดจนการร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดในทางเศรษฐกิจที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์พร้อมส่งเสริมการผลิตเพื่อให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ
 
 
 
ที่มา :  กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์