หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พาณิชย์ศึกษาปรับปรุงระเบียบทางการค้า ผลักดันสู่แผน 4.0

3 พฤษภาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 1409)

(2 พ.ค. 59) นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ โดยได้ทําการศึกษาการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบทางการค้า การลงทุน ที่ล้าสมัย และไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อผลักดันให้เข้าสู่แผนประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งไทยจะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความทันสมัย แต่ไม่ใช่ทําเพื่อรองรับการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ตามที่มีหลายๆ ฝ่ายแสดงความกังวล
 
"ไทยจําเป็นต้องปรับปรุงกฎระเบียบทางการค้าให้มีความทันสมัย เพราะเราจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม TPP ไทยก็ต้องมีการปรับปรุงอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ และยิ่งรัฐบาลมีแผนผลักดันประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 ก็ยิ่งต้องมีการปรับมาตรฐานประเทศไทยให้ดีขึ้น เพื่อดึงดูดการค้า การลงทุนให้เข้ามา" สําหรับการพิจารณาเข้าร่วมความตกลง TPP ขณะนี้กระทรวงฯ กําลังอยู่ระหว่างการหารือ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเปิดโอกาส ให้ภาคประชาสังคมที่ยังกังวลเข้ามาแจ้งประเด็นที่ยังมีความเป็นห่วงอยู่ได้รวมถึงสามารถเสนอส่งข้อเสนอหรือมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อที่จะได้รวบรวมเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อประกอบการตัดสินใจต่อไป
 
ส่วนผลการศึกษาข้อดีข้อเสียในการเข้าร่วม TPP ของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ที่ได้มีการศึกษาใน เบื้องต้นเสร็จแล้วนั้น ได้ขอให้ไปปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัย เพราะผลการศึกษาได้ยึดข้อมูลเดิมก่อนที่สมาชิก TPP ทั้ง 12 จะได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยรายละเอียดในข้อตกลงบางประเด็นได้มีการปรับปรุงใหม่ จึงต้องมีการศึกษาใหม่ให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 
"ตอนที่ทําการศึกษา ยังไม่ได้รายละเอียดของข้อตกลง TPP ทั้งหมด แต่พอทําเสร็จ ก็ได้ข้อตกลง TPP ทั้งหมดมาดูพอดีซึ่งเมื่อดูแล้ว พบว่า ในหลายๆ ประเด็นมีการปรับเงื่อนไข รายละเอียดลงมาเยอะ ไม่ได้เข้มข้นเหมือนที่คิดไว้จึงได้ขอให้ปัญญาภิวัฒน์ไปปรับปรุงผลการศึกษาให้สอดคล้องกับข้อตกลงปัจจุบัน และขอให้ทําให้เร็ว เพราะจะต้องนําข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ในเดือนมิ.ย.นี้"
 
สําหรับผลการศึกษาของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ในเบื้องต้น พบว่า หากไทยเข้าร่วม TPP จะเกิดผลดีกับไทยมากกว่าผลกระทบ โดยจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยมีการขยายตัวได้เพิ่มขึ้น และยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าและบริการของไทยให้สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งช่วยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยที่นักลงทุนจะยังคงใช้ไทยเป็นฐานในการลงทุนต่อไป ไม่หันไปลงทุนในประเทศคู่แข่ง
 
ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อภาคการเกษตร ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงาน ว่ามีมาตรการที่จะดูแล ข้อกังวลกลุ่มเกษตรกรซึ่งมีความเป็นห่วงว่าจะถูกผูกขาดเมล็ดพันธุ์พืชใหม่ โดยกระทรวงเกษตรฯมีการเตรียมความพร้อมด้วยการจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ราคาถูกและมีคุณภาพมาจําหน่าย รวมทั้งจะมีการปรับปรุงพ.ร.บ.พันธุ์พืชให้มีการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชของไทย ป้องกันปัญหาต่างชาติมาแอบใช้พันธุ์พืชของไทย
 
การขึ้นทะเบียนยา กระทรวงสาธารณสุขได้ทําการศึกษาข้อกังวลของกลุ่มภาคประชาสังคมด้านยา โดยจะมีการขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยาให้รวดเร็วขึ้น เพื่อป้องกันการชดเชยกรณีที่มีการขึ้นทะเบียนยาล่าช้า รวมทั้งมีการเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอต่อการทํางานให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งรวมถึงงานจดสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะมีการลดขั้นตอนจดสิทธิบัตรยาให้เร็วขึ้นเช่นกัน
 
 
 
ข้อมูล กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์