หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> รอบรู้อาเซียนทั่วไป
กลไกระงับขอพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน

3 พฤษภาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 5934)

อาเซียนมีการเตรียมความพร้อมด้านกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจไว้รองรับการเป็นประชาคมแล้ว ตั้งแต่ปี 2539 คือ ได้จัดทําพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ฉบับปี 2539 (ค.ศ. 1996) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่กําหนดกลไกระงับข้อพิพาททางเศรษฐกิจโดยเฉพาะต่อมา ได้มีการปรับปรุงพิธีสารฯ ดังกล่าวในปี 2547 เป็นพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจฉบับใหม่ของอาเซียน (Protocol on ASEAN Enhanced Dispute Settlement Mechanism) เรียกโดยย่อว่า "พิธีสาร EDSM” ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2547 (ค.ศ. 2004) ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) ได้ระบุชัดเจนให้ทุกสาขาความร่วมมือของอาเซียนมีการจัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทหลักพิธีสาร EDSM มีรูปแบบอ้างอิงหลักการจากกลไกระงับข้อพิพาทภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเป็นกลไกการระงับข้อพิพาททางการค้าโดยเฉพาะ คือ มีการจัดตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) และองค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) รวมทั้ง การกําหนดให้ประเทศสมาชิกหาทางระงับข้อพิพาทระหว่างกันด้วยวิธีอื่นๆ ก่อนที่จะเลือกใช้วิธีระงับข้อพิพาทของคณะผู้พิจารณาหรือองค์กรอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ การใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Offices) การประนีประนอม (Conciliation) และการไกล่เกลี่ย (Mediation) เพราะเมื่อคณะผู้พิจารณาหรือองค์กรอุทธรณ์มีข้อตัดสินออกมาแล้ว ประเทศสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามข้อตัดสินนั้น อาทิ การชดใช้ค่าเสียหาย หรือการระงับการให้สิทธิพิเศษทางการค้ากับคู่กรณีหรืออาจถูกตอบโต้ในกรณีประเทศสมาชิกที่แพ้คดีไม่ยอมปฏิบัติตามคําตัดสิน แต่มีข้อแตกต่างระหว่างกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียน (EDSM) กับขององค์การการค้าโลก (DSU) ที่สําคัญๆ เช่น ระยะเวลาดําเนินการในแต่ละขั้นตอน องค์กรที่กํากับดูแล เป็นต้น
 
อาเซียนได้กําหนดให้พิธีสาร EDSM เป็นความตกลงที่กําหนดหลักการและกระบวนการระงับข้อพิพาทด้าน เศรษฐกิจระหว่างสมาชิกอาเซียน มีขอบเขตครอบคลุมถึงความตกลงด้านเศรษฐกิจของอาเซียนและความตกลงที่ปรากฏในบัญชีแนบท้ายพิธีสารฯ ประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิฟ้องร้องโดยใช้กระบวนการดังกล่าวได้หากเห็นว่าสิทธิของตนตามความตกลงฯ ถูกกระทบ เนื่องจากสมาชิกอื่นใช้มาตรการที่ขัดต่อความตกลงฯ ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของพิธีสารฯ เช่น ประเทศสมาชิกเห็นว่าผลประโยชน์ของตนอาจถูกละเมิดหรือทําให้เสียหาย อันเนื่องมาจากการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศสมาชิกอื่น ซึ่งขัดกับพันธกรณีทางด้านเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) เป็นต้น การดําเนินงานในแต่ละขั้นตอนการระงับข้อพิพาท EDSM มีกรอบระยะเวลากําหนดไว้อย่างชัดเจน โดยรวมแล้วใช้เวลาไม่เกิน 445 วัน โดยมีหลักการและกระบวนการภายใต้พิธีสาร EDSM สรุปได้ดังนี้
 
- ประเทศสมาชิกยื่นขอหารือกับประเทศคู่พิพาทเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ประเทศสมาชิกผู้ยื่นคําร้อง ต้อง ระบุถึงมาตรการที่เป็นเหตุของข้อพิพาทและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฝ่ายที่ถูกขอหารือจะต้องตอบคําขอภายใน 10 วัน และจัดให้มีการหรือภายใน 30 วัน หลังจากได้รับคําขอ หากไม่มีการหารือภายใน 30 วัน หรือมีการหารือแล้วไม่สามารถยุติข้อพิพาทได้ภายใน 60 วัน ขั้นต่อไปประเทศที่ยื่นขอหารือสามารถขอให้ตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) เพื่อ
 
- คณะผู้พิจารณาต้องพิจารณาคดีและทํารายงานคําตัดสินให้เสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันตั้งคณะผู้พิจารณา แต่อาจขยายเวลาได้อีก 10 วันในกรณีพิเศษ และที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) จะต้องรับรองรายงานดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่คณะผู้พิจารณาส่งรายงานให้ที่ประชุมฯ เว้นแต่ที่ประชุมฯ มีฉันทามติไม่รับรองรายงาน หรือมีการอุทธรณ์คดี
 
- ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คดีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) จะแต่งตั้งองค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) ทําหน้าที่พิจารณาคดีที่อุทธรณ์คําตัดสินของคณะผู้พิจารณา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 7 คน และมีวาระการดํารงตําแหน่ง 4 ปีมีองค์คณะในการพิจารณาคดีอุทธรณ์ 3 คน และจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาและทํารายงานคําตัดสินขององค์กรอุทธรณ์ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่แจ้งว่าจะมีการอุทธรณ์ถึงวันที่เวียนรายงานให้ประเทศสมาชิกพิจารณา
 
- ประเทศสมาชิกที่แพ้คดีจะต้องปฏิบัติตามคําตัดสินของคณะผู้พิจารณาหรือองค์กรอุทธรณ์ทันทีหรือภายใน 60 วัน หรือภายในระยะเวลายาวกว่านั้น ตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกัน หากไม่สามารถทําได้จะต้องเจรจากับประเทศสมาชิกที่ชนะคดีเพื่อให้การชดเชยที่เหมาะสม หากไม่สามารถตกลงกันได้ประเทศสมาชิกที่ชนะคดีอาจขอให้ที่ประชุม SEOM อนุญาตให้ระงับการให้ข้อลดหย่อน หรืองดเว้นการให้สิทธิประโยชน์ตามความตกลงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการตอบโต้ประเทศสมาชิกที่แพ้คดี
 
- หากประเทศสมาชิกที่แพ้คดีเห็นว่า ระดับการตอบโต้ไม่เหมาะสม หรือตนได้ปฏิบัติตามคําตัดสินแล้ว ก็มี สิทธิขอให้อนุญาโตตุลาการ (คณะผู้พิจารณาในคดีเดิม) พิจารณาประเด็นดังกล่าวได้โดยจะต้องทําคําตัดสินเรื่องดังกล่าวภายใน 60 วัน
 
ที่ผ่านมา แม้อาเซียนยังไม่เคยมีการฟ้องร้องกันภายใต้กลไกระงับข้อพิพาท อย่างไรก็ตาม อาเซียนเห็นว่ามี ความจําเป็นต้องปรับปรุงกลไกดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ชัดเจนขึ้น และสามารถนําไปใช้ในทางปฏิบัติได้ภายใต้บริบทของอาเซียน เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นเครื่องมือสําคัญที่จะช่วยผลักดันให้ AEC เป็นประชาคมที่ยึดถือกฎเกณฑ์ (rule-based community)
 
ทั้งนี้ภายหลังจากอาเซียนเข้าสู่การเป็นประชาคมในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 แล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียน น่าจะมีแนวโน้มที่จะมีการใช้กลไกระงับข้อพิพาทในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่าการไม่มีข้อพิพาทย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงอาเซียนมีพันธกรณีด้านเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงต่างๆ เป็นจํานวนมาก และจะมีการรวมตัวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทําให้อาจจะเกิดการกระทําที่อาจขัดต่อพันธกรณีทางด้านเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมา อาเซียนมักเลือกที่จะหารือเพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ผ่านเวทีการเจรจาในระดับต่างๆ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งใช้เวลานานเนื่องจากไม่มีกรอบเวลา แต่ในอนาคตหากการหารือสองฝ่ายหรือการนําเรื่องเข้าหารือในเวทีอาเซียนไม่สามารถแก้ปัญหาได้และมีแรงกดดันจากผู้เสียประโยชน์หรือภาคเอกชนภายในประเทศ ประเทศสมาชิกอาจตัดสินใจนําข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการภายใต้พิธีสารระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (EDSM) ในที่สุด
 
 
 
 
โดย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์