หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว-ปอยเปต : ประตูการค้าสู่อินโดจีน

21 เมษายน 2016 (จำนวนคนอ่าน 7223)
 
โดย  สุเนตรตรา  จันทบุรี
 
                
 
สระแก้ว เป็นจังหวัดหนึ่งใน 5 จังหวัดที่รัฐบาลประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ในระยะแรกเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เนื่องจากสระแก้วมีชายแดนติดกับจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา อีกทั้งยังตั้งอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ที่เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม (กรุงเทพฯ-สระแก้ว-พนมเปญ-โฮจีมินห์ซิตี้-วังเตา) ในปี 2558 ที่ผ่านมานั้นจุดผ่านแดนถาวรอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นประตูการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยกับกัมพูชา โดยมีมูลค่าการค้าชายแดนถึง 94,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64 ของมูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด นอกจากนี้ สระแก้วยังตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบังและกรุงเทพฯ สามารถขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือหรือขนส่งสินค้าเข้าไปยังกรุงพนมเปญและเวียดนามตอนใต้ได้
 
เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วจะครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลใน 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลบ้านด่าน ตำบลป่าไร่ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ และตำบลผักขะ อำเภอวัฒนานคร ครอบคลุมพื้นที่ 207,500 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เพราะในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและจังหวัดใกล้เคียงมีผลไม้และพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากเหมาะสำหรับการแปรรูปหรือส่งออก นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ศูนย์กระจายสินค้าและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เป็นต้น
 
ส่วนพื้นที่ชายแดนตรงข้ามสระแก้วคือจังหวัดบันเตียเมียนเจยนั้น รัฐบาลกัมพูชาได้มีการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา 2 แห่งคือ
1. เขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอเนียง อยู่ห่างจากชายแดน 40 กิโลเมตร มีพื้นที่ 2,424 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมการค้า ที่อยู่อาศัย และมีอุตสาหกรรมเป้าหมายคือ การแปรรูปสินค้าเกษตร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
2. เขตเศรษฐกิจพิเศษ Sanco-Poipet ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างกัมพูชากับญี่ปุ่น ในระยะแรกจะมีพื้นที่ 519 ไร่
 
ผู้ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษกัมพูชาจะได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่ การยกเว้นภาษีกำไรเป็นระยะเวลาไม่เกิน 9 ปี การไม่จำกัดการส่งกำไรกลับประเทศและสามารถเช่าที่ดินได้นาน 70 ปี เป็นต้น
 
อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วนั้นยังประสบปัญหาบางประการ ได้แก่ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรคลองลึก ปัจจุบันมีความแออัดมากเพราะในแต่ละวันจะมีรถบรรทุกผ่านเข้าออกไม่ต่ำกว่า 300 คันต่อวัน และประชาชนทั้งชาวไทยและกัมพูชาผ่านด่านจำนวนมากในแต่ละวัน อีกทั้งในฝั่งกัมพูชายังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนที่จะเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษยังไม่พร้อมเท่าที่ควร อีกทั้งยังพบว่ามีกับระเบิดกระจายอยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนบางส่วน แต่ฝ่ายไทยกำลังมีการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดดังกล่าวแล้ว และคาดว่าในอนาคตมูลค่าการค้าจะสูงถึง 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า และเมื่อเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชาได้รับการส่งเสริมและพัฒนามากขึ้นแล้วจะยิ่งเป็นการส่งเสริมให้เขตเศรษฐกิจพิเศษของทั้งสองประเทศเป็นประตูการค้าสู่อินโดจีนอย่างแท้จริง
 
 
 
ส่วนอาเซียน  สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์