หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เล่าเรื่องลาวในอาเซียน (4)

27 มีนาคม 2016 (จำนวนคนอ่าน 2711)

เล่าเรื่องลาวในส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งสินค้าที่ผ่านลงมาที่ลาวเข้าสู่อาเซียน โดยเชื่อมต่อมายังประเทศไทย ซึ่งต่อจากนี้น่าจะเขียนเชื่อมให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งที่เชื่อมต่อเข้าสู่ประเทศไทยนั้นมีอะไรจากตรงไหนบ้าง จะทําให้เห็นภาพเรื่องการเชื่อมโยงติดต่อนี้ในอาเซียนที่มีไทยเป็นศูนย์กลางชัดเจนขึ้น
 
อีกสองประเด็นที่เราน่าจะรู้เรื่องของลาวในบริบทของอาเซียนให้สมบูรณ์ขึ้นเรื่องหนึ่งคือมิติในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวแต่ต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความเข้าใจประเด็นนี้จะช่วยให้เรามองลาวในมิติของการที่ลาวจะเข้าสู่หลักเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียนอย่างไร ในส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวนั้น ควรต้องเริ่มมาแต่ปี ค.ศ.1975 (2518) ซึ่งเป็นปีที่ลาวประสบชัยชนะพร้อมกันมากับเวียดนามและกัมพูชา ในสงครามอินโดจีน ครั้งที่ 2 ที่สู้รบกับสหรัฐอเมริกา และเริ่มกลับไปจัดตั้งประเทศ พักฟื้นการสู้รบสร้างประเทศหลังการสงคราม เพียงเริ่มต้นปีต่อมาลาวก็วางแผนพัฒนาประเทศด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 ระหว่างปี 1976 - 1986 ระบบเศรษฐกิจของลาวในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแผนที่ 1 นี้ยังคงใช้นโยบายที่เป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ใช้อยู่ในเขตปลดปล่อยในลาว
 
ในช่วงที่ยังทําสงครามอยู่รูปแบบเช่นว่านี้ใช้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วงที่สงครามสงบลงแล้ว ซึ่งเป็นเวลาหลายปีหลังการสู้รบอันยาวนานของลาวกับจักรวรรดินิยมตะวันตกเช่นสหรัฐอเมริกา ลาวหลังสงครามยังได้รับผลของสงครามยากจนข้นแค้นมาอีกนาน ตลอดช่วงสงครามลาวได้รับความช่วยเหลือทั้งจากสหภาพโซเวียตและเวียดนาม เพราะฉะนั้นนโยบายเศรษฐกิจของลาวหลังสงครามจึงเป็นนโยบายเศรษฐกิจที่ใช้รูปแบบของโซเวียตรัสเซีย ขณะเดียวกันลาวก็ยังติดยึดอยู่กับอุดมการณ์แบบของเวียดนามซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมรบกับลาว สิ่งซึ่งเห็นได้ชัดมาจนถึงปัจจุบันของลาวก็คือลาวตกอยู่ในเขตอิทธิพลของเวียดนามอยู่มากตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ขณะเดียวกันกับที่ลาวก็รับความช่วยเหลือจากจีนมาแต่ช่วงทําสงครามมาจนถึงปัจจุบัน ข้อนี้ทําให้เห็นเช่นกันด้วยว่ารูปแบบเศรษฐกิจลาวปัจจุบันหันมาใช้รูปแบบตามจีนและเวียดนามยิ่งขึ้น ล้มเลิกรูปแบบของสหภาพจักรวรรดินิยมโซเวียตรัสเซีย นับแต่เกิดอาการล่มสลายลงตั้งแต่ปี ค.ศ.1991 นั้น และนี่เองแทบทําให้มองเห็นและกล่าวได้ว่า ลาวจมลึกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนนับแต่นั้นมา
 
การใช้รูปแบบเศรษฐกิจของโซเวียตรัสเซียในช่วงแรกหลังสงครามสิ้นสุดลง เป็นไปตามแนวทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นระบบรวมศูนย์ทางเศรษฐกิจที่ให้รัฐเป็นผู้กําหนดทุกอย่างลงไป สภาพของลาวหลังสงครามนั้นเป็นภาวะอันยากแค้นที่มีอยู่ทั่วลาวขณะนั้น ลาวไม่มีลักษณะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเลยแต่แรก และในภาคเกษตรนั้นก็ต่างคนต่างทําตามมีตามเกิดมากกว่า การค้าขายในลาวในช่วงนั้นจึงเป็นการค้าขายในรูปแบบที่รัฐรับไปดําเนินการเองทั้งหมดในรูปของรัฐวิสาหกิจ ไม่เปิดให้มีการค้าขายโดยทั่วไป และรูปแบบการค้าขายช่วงนั้นก็ทําในรูปแบบแลกเปลี่ยนสินค้ากันมากกว่าเป็นการค้าแบบเสรีที่เปิดกว้างทั่วไป รูปแบบเศรษฐกิจรวมศูนย์เช่นว่านี้เองการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวหลังสงครามจึงฟื้นตัวได้ยาก และลาวก็จึงยังเป็นประเทศพัฒนาต่ำสุดอยู่นาน ช่วงปีแรกหลังสงคราม คือในปี ค.ศ.1976 นั้นมีข้อที่ก่ออุปสรรคแก่การพัฒนาเศรษฐกิจของลาวอยู่มาก เช่น อัตราเงินเฟ้อของลาวถึงร้อยละ 80 ในปีนั้นเอง ขณะนั้นประเทศไทยก็ยังไม่ยอมส่งสินค้าเข้าลาวถึง 273 รายการ
 
สองปัจจัยดังกล่าวนี้ทําให้เศรษฐกิจของลาวช่วงนั้นเผชิญความยากลําบากอยู่มากและประชาชนลาวก็ยังยากจนอยู่มากทั่วประเทศ ช่วงปี ค.ศ.1976 ถึงปี ค.ศ.1979 (2519-2522) นโยบายเศรษฐกิจสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ของลาวถึงขั้นยึดทรัพย์สินของเอกชนทุกภาคส่วนมาเป็นของรัฐทั้งหมด (Nationalization) รัฐเป็นผู้กําหนดทุกอย่างทั้งในเรื่องการเก็บภาษีตามนโยบายภาษีใหม่ การกําหนดราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ การกําหนดเรื่องแรงงาน การยึดที่ดิน การยกเลิกทรัพย์สินของราษฎร ควบคุมตลาดและธุรกิจทุกอย่าง ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือความตกต่ำด้านผลิตผลเกษตรกรรมและการขาดแคลนอาหารกับผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค สองปีต่อมา คือในปี ค.ศ.1978 รัฐบาลลาวในขณะนั้นหันมาเร่งสร้างนโยบายเรื่องอาหารเลี้ยงตัวเอง (Food Self Sufficiency) มาตรการหนึ่งก็คือ การเก็บเกี่ยวผลิตผลทางเกษตรกรรมมาเป็นของรัฐ ด้วยการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรและบังคับการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร ข้อนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเกษตรกรดั้งเดิมของลาวซึ่งอยู่อย่างพอมีพอกินกันอยู่บ้างกลับต้องถูกยึดที่ดินทํากินไป นโยบายนี้ทําให้ลาวล้มเหลวในแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของตนอยู่มาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่นํานโยบายเศรษฐกิจสังคมนิยมคอมมิวนิสต์มาใช้จนรัฐบาลต้องเปลี่ยนนโยบาย โดยหันมาเน้นจัดการเอากับคนในเมืองแทนด้านการเกษตร แต่นโยบายดังกล่าวนี้กลับยังความไม่พอใจแก่ประชาชนลาวมากขึ้น มีผลเห็นได้จากการที่มีคนลาวอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นจํานวนมากนับแต่นั้นมา
 
เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นว่ามูลเหตุเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้การดําเนินนโยบายของลาวเป็นไปอย่างเชื่องช้ามาก โดยเฉพาะตั้งแต่ปี ค.ศ.1976 จนถึง 1985 ลาวจึงคงลักษณะของการเป็นประเทศพัฒนาต่ำสุดมากประเทศหนึ่งในบรรดารัฐสมาชิกของอาเซียนด้วยกัน ซึ่งจากความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงนี้เอง ลาวจึงต้องหันมาใช้นโยบายเศรษฐกิจการตลาดมากขึ้นในระยะต่อมา แต่ก็น่าสังเกตว่าเศรษฐกิจการตลาดของลาวที่ว่านี้ไม่ได้ใช้ตามแนวทางการตลาดทุนนิยม หากแต่ใช้ตามแนวทางเศรษฐกิจการตลาดแบบสังคมนิยม (Socialist Market Economy) ตามแบบของจีน ซึ่งก็ทําให้สถานการณ์เศรษฐกิจของลาวดีขึ้นมาบ้าง นับแต่ปีค.ศ.1979 เป็นต้นมาเป็นช่วงปลายของแผนเศรษฐกิจช่วงแรกของลาวจนถึงปี ค.ศ.1986
 
ช่วงนับแต่ปี ค.ศ.1986 เป็นต้นมา เป็นช่วงแผนเศรษฐกิจ 5 ปี แผนที่สองของลาว ซึ่งเป็นแผนที่ปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่มาสู่นโยบายที่เรียกว่า "จินตนาการใหม่" (Chintanakan Mai) ซึ่งเป็นแผนเศรษฐกิจช่วงที่สองของลาว ครอบคลุมช่วงระหว่างปี ค.ศ.1986-1996 นับเป็นช่วงสําคัญของการปรับแก้เศรษฐกิจและการเมืองของลาวมากทีเดียว น่าสังเกตในช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงที่ลาวเริ่มมีความสัมพันธ์ปกติกับจีนแผ่นดินใหญ่ดีขึ้นและค่อย ๆ เป็นเศรษฐกิจการตลาดมากขึ้น กล่าวกันว่านโยบายจินตนาการใหม่นี้เป็นนโยบายซึ่งเป็นความพยายามของลาวในการบูรณาการเศรษฐกิจการตลาดในระบบสังคมนิยมของลาวให้เข้ากับระบบการเมืองพรรคเดียวของลาว พัฒนาการในการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวดังกล่าวนี้น่าสนใจมากทีเดียว
 
 
 
 
เกียรติชัย พงษ์พาณิชย์
วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต
ไทยโพสต์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์