หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การเปลี่ยนแปลงดัชนีความสามารถในการแข่งขันของไทยในช่วงเปิดประชาคมอาเซียน

29 กุมภาพันธ์ 2016 (จำนวนคนอ่าน 1860)
 
โดย  สันติพจน์ กลับดี
 
      
 
The Global Competitiveness Report 2015-2016 ของ World Economic Forum ได้จัดอันดับดัชนีความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ (The Global Competitiveness Index) โดยดัชนีดังกล่าวสร้างขึ้นจากกลุ่มดัชนีย่อย 3 กลุ่ม (วัดจาก 12 เสา) ซึ่งแต่ละกลุ่มของดัชนีย่อยจะสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันตามมุมมองต่าง ๆ ดังนี้
 
1. กลุ่มดัชนีย่อยด้านความต้องการพื้นฐาน (Basic requirements subindex) เป็นกลุ่มดัชนีที่แสดงปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Key for factor-driven economies) ประกอบด้วย 4 เสา (pillar) ได้แก่
1) สถาบัน (Institutions)
2) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
3) สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic environment)
4) สุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Health and primary education)
 
2. กลุ่มดัชนีย่อยด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency enhancers) เป็นกลุ่มดัชนีที่แสดงประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Key for efficiency-driven economies) ประกอบด้วย 6 เสา ได้แก่
1) การศึกษาขั้นอุดมศึกษาและการฝึกอบรม(Higher educationand training)
2) ประสิทธิภาพของตลาดสินค้า (Goods market efficiency)
3) ประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน (Labor market efficiency)
4) การพัฒนาตลาดการเงิน (Financial market development)
5) ความพร้อมทางเทคโนโลยี (Technological readiness)
6) ขนาดของตลาด (Market size)
 
3. กลุ่มดัชนีย่อยด้านนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญ(Innovation and sophistication factors) เป็นกลุ่มดัชนีที่แสดงนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Key for innovation-driven economies) ประกอบด้วย 2 เสา ได้แก่
1) ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ(Business sophistication)
2) นวัตกรรม(Innovation)
 
โดยดัชนีต่าง ๆ ของประเทศไทยในรายงานปี พ.ศ. 2557 - 2558 และ พ.ศ. 2558 - 2559 เป็นดังตาราง
จากตารางจะเห็นว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2558 - 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ คือ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขันทั้งในด้านที่ดีขึ้นและลดลงพร้อม ๆ กัน ด้านที่ดีขึ้น ได้แก่ ความพร้อมทางเทคโนโลยี ขนาดของตลาด และนวัตกรรม และด้านที่ลดลงได้แก่ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค และการพัฒนาตลาดการเงิน
 
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในประชาคมอาเซียนตามมาด้วยอย่างแน่นอน เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ หลังการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการได้ดียิ่งขึ้น จึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคและการพัฒนาตลาดการเงินให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยอาจจะให้ความสนใจกับการพัฒนาตัวชี้วัดต่าง ๆ ในแต่ละเสาตามที่ World Economic Forum กำหนดไว้ ดังนี้
 
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค มีตัวชี้วัดในเรื่องที่เกี่ยวกับ
1) สัดส่วนการขาดดุลงบประมาณเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
2) สัดส่วนของการออมเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
3) อัตราเงินเฟ้อ
4) หนี้ภาครัฐ
5) ระดับเครดิตของประเทศ
 
การพัฒนาตลาดการเงิน มีตัวชี้วัดในเรื่องที่เกี่ยวกับ
1) ความพร้อมของการให้บริการทางการเงิน
2) ความสามารถในการเข้าใช้บริการทางการเงิน
3) การจัดหาเงินทุนผ่านตลาดหุ้นในประเทศ
4) ความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งกู้ยืม
5) ความพร้อมทางด้านธุรกิจเงินร่วมลงทุน
6) ความมั่นคงของธนาคาร
7) การควบคุมตลาดหลักทรัพย์และตลาดการเงิน
8) ดัชนีสิทธิตามกฎหมาย
 
เพื่อให้ก้าวต่อไปของไทยในประชาคมอาเซียนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคและการพัฒนาตลาดการเงิน เกี่ยวกับตัวชี้วัดทั้ง 13 ตัวข้างต้นให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันในประชาคมอาเซียนที่ดีขึ้นได้
 
 
 
 
ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ
กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์